หนุ่มอีสาน กรรมกรก่อสร้าง จากสกลนครมาอยู่จันทบุรี พลิกชีวิตด้วยการเช่าที่นาปลูกแตงโม เมล่อน แคนตาลูป ใช้น้ำน้อย ได้ผลเกินคาด ผลผลิตดี ราคางาม สร้างรายได้กว่า 3 แสนต่อปี
วันที่ 8 มี.ค.61 ที่ทุ่งนาท้ายเหมือง หมู่ 4 บ้านทองทั่ว ต.คลองนารายณ์ อ.เมือง จ.จันทบุรี นายวรรณฤดี เรืองสวัสดิ์ หรือเปี๊ยก อายุ 46 ปี แรงงานลูกจ้างบริษัทก่อสร้าง ภูมิลำเนาเป็นชาว จ.สกลนคร ซึ่งมารับจ้างทำงานก่อสร้างใน จ.จันทบุรี ได้มาเช่าพื้นที่นาของเกษตรกร หลังเก็บเกี่ยวข้าวไปแล้ว เนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ เพื่อปลูกเมล่อน แตงโม และแคนตาลูป พืชใช้น้ำน้อยเหมาะกับหน้าแล้ง ซึ่งใช้ระยะการปลูกเพียง 3-4 เดือน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว
พร้อมกับน้อมนำแนวทางพระราชดำริฯ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต นำภูมิปัญญามาเป็นโอกาสในการหารายได้เสริม ปลูกพืชใช้น้ำน้อย ประหยัด และรู้คุณค่า ถือเป็นความสำเร็จของเกษตรกร ที่นำวิกฤติมาเป็นโอกาส จากสภาวะอากาศช่วงหน้าแล้งที่ต้องใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า
นายวรรณฤดี เรืองสวัสดิ์ เปิดเผยว่า ผลผลิตของไร่แตงโมของตนเอง ปีนี้ให้ผลผลิตดีเกินคาด จากการเอาใจใส่อย่างต่อเนื่อง โดยแตงโม พันธุ์กินรีและตอร์ปิโด ที่เริ่มทยอยเก็บผลผลิต คาดจะได้ประมาณ 50 ตัน ส่วนเมล่อนกรีนเน็ต เมล่อนสีทอง และแคนตาลูป คาดจะเก็บผลผลิตได้ประมาณอย่างละ 2 ตัน ผลผลิตส่วนใหญ่มีพ่อค้าคนกลางในตลาด จ.จันทบุรี และใกล้เคียงมารับซื้อเพื่อไปจำหน่ายต่อ
“แตงโมจำหน่ายในราคาส่ง กิโลกรัมละ 11 บาท ราคาขายปลีก กิโลกรัมละ 15 – 18 บาท เมล่อนญี่ปุ่น ราคาส่งกิโลกรัมละ 55 - 60 บาท ราคาขายปลีกกิโลกรัมละ 70 บาท แคนตาลูปราคาส่งกิโลกรัมละ 28 – 30 บาท ราคาขายปลีกกิโลกรัมละ 35 บาท โดยในปีที่ผ่านมา สามารถทำรายได้กว่า 3 แสนบาท“
หนุ่มคนขยัน กล่าวอีกว่า ในแต่ละวันจะมีลูกค้าใน จ.จันทบุรี และใกล้เคียงเดินทางมาเยี่ยมชมไร่แตงโม แคนตาลูป และเมล่อน ที่เปิดให้เที่ยวชม ศึกษาเรียนรู้การปลูกพืชใช้น้ำน้อย เป็นที่สนใจของประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมและเลือกซื้อผลผลิตสดๆ จากไร่กันทุกวัน.