ผู้กองเหน่งนอนคุกคืนแรก หลับสบาย ไม่เครียด ภรรยากับพ่อมาเยี่ยมในช่วงบ่าย ได้คุยกัน 15 นาทีเหมือนนักโทษทั่วไป ขณะที่พี่สาวผอ.อ้อย เชื่อเวรกรรมมีจริง บอกการฆ่าคนตาย ก็ควรต้องตายตกไปตามกัน...
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 31 ต.ค. 60 ที่เรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นที่คุมขัง ร้อยเอก ศุภชัย ภาโส อายุ 29 ปี หรือผู้กองเหน่ง ผู้บังคับกองร้อยอาวุธเบาที่ 2 กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 6 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ผู้ต้องหาในคดีฆ่า นางสาวจุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย ผู้อำนวยการกองการศึกษา องค์การบริหารส่วนตำบลชำ อำเภอกันทรลักษ์ ที่หายตัวไปอย่างลึกลับนานร่วม 4 เดือน
จนในที่สุดพ่อ แม่ สามี และญาติได้ตามหาในป่าช่องบอก ชายแดนด้าน อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี พบกะโหลกศีรษะ กระดูก ฟันกราม เส้นผม กระโปรงสีกากี เข็มขัด นาฬิกา และสเตย์รัดหน้าท้อง จำได้ว่าเป็นของ ผอ.อ้อย เจ้าหน้าที่นำส่งตรวจดีเอ็นเอ ผลออกมาตรงกับ ผอ.อ้อย ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อผู้กองเหน่งอีก 3 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา, กักขังหน่วงเหนี่ยวจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และอำพรางซ่อนเร้น เคลื่อนย้าย ทำลายศพ ยื่นฝากขังต่อศาลจังหวัดกันทรลักษ์ พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัว ศาลได้อนุญาตให้ฝากขังและไม่อนุญาตให้ประกันตัว ผู้กองเหน่งจึงถูกนำตัวส่งเข้าเรือนจำอำเภอกันทรลักษ์
จากการสอบถามถึงเรื่องการนอนในเรือนจำคืนแรก เจ้าหน้าที่เรือนจำอำเภอกันทรลักษ์คนหนึ่งเผยว่า ร้อยเอก ศุภชัย หรือผู้กองเหน่ง ได้เข้านอนในเรือนแรกรับ ซึ่งผู้ต้องขังเข้าใหม่จะต้องเข้านอนที่เรือนนี้ทุกคน ผู้กองเหน่งไม่ได้มีอาการเครียดหรือซึมเศร้าแต่อย่างใด ผู้กองเหน่งบอกกับเจ้าหน้าที่ว่านอนหลับดีทั้งคืน เช้าก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับผู้ต้องขังคนอื่น
เจ้าหน้าที่คนเดิมกล่าวอีกว่า ทางเรือนจำก็ปฏิบัติกับร้อยเอก ศุภชัย เหมือนเช่นกับผู้ต้องขังทั่วไป คือแรกเข้าก็มีการจัดผ้าห่มให้คนละ 3 ผืน เสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวที่ทางเรือนจำจัดให้เป็นกางเกงขาสั้น เสื้อคอกลมคนละไม่เกิน 5 ชุด ร้อยเอก ศุภชัยก็ได้รับเหมือนผู้ต้องขังคนอื่นหมด ไม่ได้จัดอะไรให้เป็นพิเศษ และตัวเขาเองก็ไม่ได้เรียกร้องขออะไร ส่วนการดูแลความปลอดภัยของร้อยเอก ศุภชัย เจ้าหน้าที่ก็ได้มอบหมายให้ผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน คือผู้ต้องขังชั้นเยี่ยมเข้าประกบดูแลใกล้ชิด เนื่องจากเป็นผู้ต้องขังในคดีที่มีอัตราโทษสูง เกรงว่าอาจคิดสั้น ทำร้ายตัวเอง ทางเรือนจำได้จัดอนุศาสนาจารย์มาให้ความรู้ทางด้านศาสนา ให้สบายใจและมีนักสงคมสงเคราะห์มาพูดคุยทำความเข้าใจให้กำลังใจในช่วงแรกเข้า
ส่วนการเข้าเยี่ยมนั้น บ่ายวันนี้ ได้มีญาติของร้อยเอก ศุภชัย ภาโส มาเยี่ยม 2 คน คือ พ่อกับภรรยามาเยี่ยมในเวลาปกติ โดยผู้กองเหน่งได้พูดคุยกันธรรมดาโดยใช้โทรศัพท์คุยกัน มีแผ่นพลาสติกกั้นกลาง เยี่ยมตามกำหนดเวลาที่เรือนจำกำหนด คือ 15 นาที โดยไม่อนุญาตให้ญาตินำสิ่งของอะไรมาส่งให้
ด้านนางสาวสมปอง อุ่นอ่อน พี่สาวของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า ตอนนี้ทางตนและพ่อแม่ รวมถึงญาติพี่น้อง ก็สบายใจขึ้นมาก ถือว่าก็ได้รับความเมตตาจากศาล ได้เห็นผู้ต้องหาได้ถูกขังก็ทำให้เชื่อว่าเวรกรรมมีจริง ส่วนการลงโทษอยากให้ประหารชีวิต เพราะการฆ่าคนก็ต้องตายตกไปตามกัน จำคุกตลอดชีวิตยังไม่พอ ต้องชีวิตแลกชีวิต.