อดีตเมีย "ลุงโยธิน" นักแสดงสมทบ เปิดใจ ปฏิเสธโทรขอเงินบริจาค 3 แสนบาท บอกอีกฝ่ายเสนอให้เอง ส่วนที่ติดต่อไป เพราะเป็นห่วง แจงปมทิ้งห้องพัก
จากกรณีดราม่าร้อนในโลกออนไลน์ ภายหลังมีกระแสข่าวระบุว่า อดีตภรรยาคนล่าสุดของ "ลุงโยธิน" หรือ นายโยธิน มาพบพันธ์ อายุ 73 ปี อดีตนักแสดงสมทบหลายเรื่อง ได้โทรศัพท์เข้ามาขอเงินช่วยเหลือ หลังจากมียอดเงินบริจาคหลั่งไหลเข้าบัญชีลุงโยธินกว่า 300,000 บาท กระทั่ง น.ส.พรทิพา สุพัฒนุกูล หรือ "ผอ.ฟ้า" ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี ได้ใช้เงินส่วนตัวโอนให้ตัดรำคาญไปก่อน 2,000 บาท ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่หอพักชัยเจริญอพาร์ตเมนต์ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้พบกับ "นางบี" (นามสมมติ) อายุ 57 ปี อดีตภรรยาคนล่าสุดของลุงโยธิน ซึ่งยอมเปิดใจชี้แจงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น
นางบี ยืนยันหนักแน่นว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ตนไม่เคยโทรศัพท์ไปเรียกร้องหรือขอเงินจากลุงโยธินตามที่ถูกกล่าวหา มูลเหตุเกิดจากตนเห็นข่าวของลุงโยธินจึงเกิดความเป็นห่วง พยายามตามหาเบอร์โทรใหม่จนติดต่อไปสอบถามสารทุกข์สุกดิบด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะเบอร์เดิมติดต่อไม่ได้มานานกว่า 2 ปี โดยตอนโทรไปก็ไม่ทราบว่าลุงโยธินนั่งอยู่กับใคร และไม่เคยรู้จักว่า "ผอ.ฟ้า" คือใครด้วยซ้ำ
ตลอดเวลาที่คบหากันมา แม้ในช่วงที่ลุงมีรายได้จากการถ่ายละครหรือโฆษณา ตนก็ไม่เคยขอเงิน จะมีให้บ้างก็เพียง 100-200 บาทไว้ซื้อกับข้าว ส่วนเงิน 5,000 บาทที่เคยได้ช่วงรัฐบาลแจกเงินหมื่น ลุงก็เป็นคนแบ่งให้เองด้วยความเต็มใจ ยืนยันว่าครั้งนี้ตนไม่ได้ทวงถามเรื่องเงิน เพราะถือว่าเป็นเงินของลุง การจะให้หรือไม่ให้อยู่ที่การตัดสินใจของเขา แต่สิ่งที่ทำให้เสียใจมากที่สุด คือการถูกสังคมมองว่าโทรไปเกาะหรือขอเงิน ทั้งที่ความจริงฝ่ายลุงโยธินเองที่เป็นคนเสนอจะให้
สำหรับประเด็นที่ลุงโยธินต้องออกจากห้องพักไปนั้น นางบี ชี้แจงว่า เกิดจากปัญหาภาระค่าใช้จ่าย เดิมทีเจ้าของห้องให้อยู่ฟรี เสียเพียงค่าน้ำและค่าไฟ ซึ่งตนเป็นคนแบกรับคนเดียวมาตลอดโดยที่ลุงไม่ได้ช่วยแบ่งเบา กระทั่งลุงโยธินสึกจากการบวชพระแล้วจะกลับมาอยู่ด้วย ทางเจ้าของห้องได้แจ้งเงื่อนไขว่าหากจะกลับมาอยู่ร่วมกัน จะต้องจ่ายค่าเช่าห้องตามปกติ ซึ่งสุขภาพของตนยังไม่ฟื้นตัวจนไม่สามารถออกไปค้าขายได้ ลำพังมีเพียงเงินที่พี่ชายส่งให้เดือนละ 3,000 บาท เงินประกันสังคม 1,900 บาท และมีเพื่อนสมัยเรียนช่วยค่าน้ำค่าไฟ จึงไม่สามารถแบกรับภาระค่าห้องเพิ่มได้อีก
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม "ยายออน" อายุ 73 ปี ผู้พักอาศัยอยู่ตรงข้ามห้องของนางบี ระบุว่า ช่วงที่ลุงโยธินอยู่ที่นี่ก็ไม่ค่อยได้พูดคุยกันมากนัก เพราะมีลักษณะนิสัยและคำพูดที่ต่างกัน ปกติลุงโยธินจะเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ส่วนเรื่องความสัมพันธ์กับภรรยานั้น ในอดีตเคยได้ยินเสียงทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะและใช้ถ้อยคำไม่สุภาพใส่กันอยู่บ้าง
ด้าน "ป้าตุ้ย" อายุ 60 ปี เจ้าของร้านอาหารตามสั่งฝั่งตรงข้ามอพาร์ตเมนต์ ให้ข้อมูลอีกมุมว่า รู้จักลุงโยธินมานานหลายปี ช่วงที่พักอยู่ที่นี่มักเห็นลุงออกมานั่งดื่มกาแฟ สูบบุหรี่ และออกกำลังกายยามเช้าหน้าหอพัก ก่อนจะแวะมากินข้าวที่ร้านเป็นประจำ ในมุมมองของตน ลุงโยธินเป็นคนอัธยาศัยดี ชอบพูดคุยและหัวเราะร่าเริง ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ส่วนสาเหตุที่ย้ายออกไป ทราบเพียงว่าจะย้ายไปอยู่กับญาติ และเคยเปรยว่าจะไปขายหมูปิ้ง ซึ่งก่อนหน้านี้ลุงกับภรรยาก็เคยช่วยกันทำน้ำพริกขาย ทั้งนี้ ตนยังรู้สึกคิดถึงและอยากให้ลุงโยธินแวะเวียนกลับมาหากันบ้าง.


