เกิดปรากฏการณ์ "น้ำเบียด-น้ำกัน" ชาวบ้านจำนวนมาก แห่จับปลาบริเวณชายหาดหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กันอย่างคึกคัก
วันที่ 25 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณชายหาดหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีประชาชนจำนวนมากต่างใช้อุปกรณ์จับสัตว์น้ำ อาทิ อวน, แห, สวิง ลงจับสัตว์ทะเลจำนวนมากที่ลอยแพขึ้นหายใจเต็มทะเลหัวหินกันอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางอากาศแจ่มใส
ทั้งนี้ จากปรากฏการณ์ "น้ำเบียด-น้ำกัน" ตั้งแต่บริเวณสวนหลวงราชินี 19 ไร่ ตลอดแนวไปทางหมู่หมู่บ้านเขาตะเกียบ ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีชาวประมงต่างนำเรือประมงขนาดเล็กแล่นออกไปในทะเลบริเวณชายฝั่ง นำอวนตาข่ายลงไปลากปลาเข้าฝั่ง ได้ตั้งแต่ 50-100 กิโลกรัม
โดยชาวบ้านแต่ละราย สามารถจับปู กุ้ง และปลา ซึ่งมีทั้งปลาเก๋า ปลาลิ้นหมา ปลาทราย ปลาดุกทะเล ฉลามหิน นำกลับไปประกอบอาหารที่บ้าน ส่วนปลาที่มีขนาดใหญ่หน่อยก็นำไปขาย โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติต่างถ่ายภาพแชร์ในโซเชียลด้วยความสนใจ และหากในช่วงเย็นน้ำทะเลลดลง คาดว่าจะมีชาวบ้านลงจับปลามากกว่านี้
ทางด้าน นายโอ อาชีพรับจ้าง เล่าว่า ทราบข่าวจากเพื่อนๆ ว่าน้ำทะเลหัวหินเบียดก็เลยมาจับปลา แต่ปีนี้น้ำทะเลเบียดน้อย สัตว์ทะเลขึ้นมาไม่มากเหมือนปีก่อนๆ ประกอบกับมีเรือประมงขนาดเล็กวางอวนดักปลาช่วงต้นน้ำบางส่วนแล้ว ทำให้ปลาและสัตว์ทะเลอื่นๆ เข้ามาไม่มาก ปลาที่ได้ส่วนใหญ่ขนาดเล็ก ปลาขนาดใหญ่มีน้อยมาก ปลาที่ได้ก็จะเอาไปประกอบอาหาร ที่เหลือใส่เกลือตากแดด เก็บไว้กินมื้อต่อไป
สำหรับปรากฏการณ์ดังกล่าว เกิดจากก่อนหน้านี้มีฝนตกหนักในเขตเทศบาลนครหัวหินอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีปริมาณน้ำฝนจำนวนมากไหลลงสู่ทะเล จนปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “น้ำเปลี่ยนสี” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "น้ำเบียด-น้ำกัน" ส่งผลให้น้ำทะเลมีค่าออกซิเจนที่น้อยลง สัตว์ทะเลจึงลอยขึ้นเหนือน้ำเพื่อหายใจ
อย่างไรก็ตาม สัตว์ทะเลที่จับได้ ชาวบ้านยืนยันว่าสามารถรับประทานได้ ไม่มีผลกระทบใดๆ และหลังจากนี้หากไม่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง สถานการณ์ก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นทุกปี.


