ที่นนทบุรี ตำรวจบุกจับพระสงฆ์ 3 รูป ภายในวัดดังริมแม่น้ำเจ้าพระยา พบซุกยาบ้า 25 เม็ด อ้างซื้อจากคนที่เข้ามาทำงานในวัด เสพยาเพราะเหนื่อยบูรณะวัด
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 19 ต.ค.69 ที่ สภ.ชัยพฤกษ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พ.ต.อ.สอาด ดัดธุยะวัตร์ รรท.ผกก.สภ.ชัยพฤกษ์, พ.ต.ท.อัครภัส จายะวานิช รอง ผกก.สส.สภ.ชัยพฤกษ์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ฉัฐวัฒน์ สิริเบญจศักดิ์ สว.สส.สภ.ชัยพฤกษ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ร่วมกันจับกุม พระภิกษุสงฆ์ 3 รูป ทราบชื่อต่อมาคือ นายลำไย หรือ ตี๋ แสงม่วง อายุ 66 ปี, นายแสนคม หรือคม บริบูรณ์ อายุ 55 ปี และนายสกลศักดิ์ หรือโต้ง เดชรุ่ง อายุ 44 ปี หลังตรวจพบยาบ้าทั้งหมด 25 เม็ด
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องร้องเรียนผ่านระบบจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ สายด่วน 1111 ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยผู้ไม่ประสงค์ออกนามแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการมีพระภิกษุสงฆ์ลักลอบจำหน่ายและเสพยาเสพติดประเภทยาบ้า บริเวณวัดดังริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต.คลองพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบนายลำไย ยืนอยู่บริเวณหน้าห้องพักภายในศาลาวัด มีท่าทางลุกลี้ลุกลนและพยายามเดินหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมแสดงบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และขอตรวจค้น โดยก่อนตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ผู้ถูกจับกุมดูจนเป็นที่พอใจ
ผลการตรวจค้นพบยาบ้า จำนวน 23 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในลิ้นชักชั้นวางของข้างที่นอนภายในห้องพัก นายลำไยยอมรับว่ายาบ้าของกลางทั้งหมดเป็นของตนเอง ก่อนจะทำการสึกออกจากวัดทันที
จากนั้นนายลำไย สมัครใจส่งมอบปัสสาวะให้เจ้าหน้าที่ตรวจหาสารเสพติดเบื้องต้น ซึ่งให้ผลเป็นบวก เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปตรวจยืนยันที่โรงพยาบาลปากเกร็ด 2 โดยผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่าพบสารเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะ
จากการสอบสวนขยายผล นายลำไย หรือทิดตี๋ ให้การว่า ซื้อยาบ้ามาจากชายชื่อเล่นว่า “นายเจ๋ง” อายุประมาณ 40 ปี ซึ่งเข้ามาทำงานภายในวัด โดยซื้อในราคาถุงละ 5,000 บาท มีจำนวนประมาณ 200 เม็ด และเสพไปแล้วบางส่วนจนเหลือ 23 เม็ด ส่วนอีก 2 ราย นายแสนคม หรือคม และนายสกลศักดิ์ หรือโต้ง พบมียาเสพติดคนละ 1 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในตัวและกุฏิ
นายลำไย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยบวชเป็นพระอยู่เป็นเวลา 6 พรรษา หลังจากนั้นได้ทำงานช่วยดูแลและบำรุงวัด โดยอ้างว่าการทำงานมีความเหน็ดเหนื่อยใช้แรงเยอะ จึงตัดสินใจซื้อยาบ้ามาเสพเป็นประจำทุกวัน
นายลำไย กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้ตั้งใจจะไม่กลับไปบวชอีก และต้องการเลิกใช้ยาเสพติด พร้อมกล่าวขอโทษที่ทำให้วัดและพระพุทธศาสนาเสื่อมเสียชื่อเสียง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 3 ราย ได้แก่ มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยผู้ถูกจับกุมแจ้งว่าไม่ประสงค์เข้ารับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้เสพติด


