ที่อยุธยา นักประดาน้ำลงสำรวจกลางแม่น้ำป่าสัก พบเรือลากจูงที่จมลง นอนก้นแม่น้ำ ลึกประมาณ 18 เมตร ประสานเรือเครนเร่งกู้ และเคลื่อนย้ายไปจุดน้ำตื้น ล่าสุดอาการคนขับเรือ พบแขนหัก 2 ท่อน
จากกรณี เกิดเหตุระทึกกลางแม่น้ำป่าสัก หน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อ “เรือลากจูงสินค้า” อับปางจมลงสู่ก้นแม่น้ำ เนื่องจากเครื่องยนต์เกิดขัดข้อง เครื่องดับ ทำให้เรือเสียการทรงตัวพลิกคว่ำ ส่วนคนขับเรือวัย 62 ปี ได้กระโดดหนีลงน้ำ ได้รับบาดเจ็บแขนหัก เหตุเกิดช่วงบ่าย เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
กระทั่ง เมื่อเวลา 19.00 น. วันเดียวกัน ทีมประดาน้ำ พร้อมทีมงาน ชัช ตลาดไท เจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 2 สาขาอยุธยา และทีมตอบโต้ภัยพิบัติของนายทรงพล สุขสมบูรณ์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา ใช้เครื่องโซนาร์สำรวจค้นหาเรือที่จมอยู่ใต้น้ำ จนพบเรือยนต์ลากจูง จมอยู่กลางแม่น้ำที่ความลึกประมาณ 18 เมตร โดยหัวเรือเอียงไปทางด้านซ้ายของลำน้ำ นักประดาน้ำจึงดำลงไปผูกเชือกกับตัวเรือ พร้อมติดตั้งทุ่นเพื่อทำเครื่องหมายระบุตำแหน่งเรือที่จมไว้
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นช่วงค่ำและทัศนวิสัยไม่เอื้อต่อการปฏิบัติงาน จึงยุติการกู้เรือไว้ชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของนักประดาน้ำและเจ้าหน้าที่
ล่าสุด เช้าวันนี้ (19 ต.ค.) นายดำรงค์ศักดิ์ ภาคาพร รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาอยุธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถค้นหาและระบุตำแหน่งเรือที่จมได้แล้ว โดยเบื้องต้นตั้งเป้าหมายจะผูกเชือกเพื่อเตรียมลากจูงเรือขึ้นไปยังจุดที่ปลอดภัย แต่เนื่องจากมืดลงก่อน จึงไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เพราะอาจเกิดอันตรายระหว่างการดำน้ำ
สำหรับแผนปฏิบัติการ จะเริ่มดำเนินการผูกเชือกเรือในช่วงเช้า ก่อนใช้เรือยนต์ลากจูงเคลื่อนย้ายเรือไปยังจุดที่ปลอดภัย เพื่อเตรียมดำเนินการกู้เรือต่อไป โดยเบื้องต้นกำหนดพื้นที่บริเวณหน้าวัดกล้วยเป็นจุดดำเนินการกู้เรือ
นายมานพ เต่าหอม อายุ 61 ปี เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้ประกอบการเรือ ส่วนเรือที่อับปางนั้นเป็นของพี่ชายตนเอง สำหรับปฏิบัติการช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่จะได้นำเชือกที่ผูกไว้กับเรือที่อับปาง พอเรือเครนมาถึงก็จะทำการยก เพื่อให้เรือที่ตะแคงอยู่ตั้งตรง และจะลากเรือไปไว้บริเวณน้ำตื้น แถววัดกล้วย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน ถ้าไม่เกิดปัญหาอะไร หลังจากลากไปไว้บริเวณจุดที่คิดว่าปลอดภัย ก็จะทำการกู้เรือขึ้นมาเลยภายในวันนี้ แต่ถ้าติดขัดอาจจะเป็นพรุ่งนี้ ส่วนทางกรมเจ้าท่าได้ประสานไปที่กรมชลประทาน ให้ปิดประตูเขื่อน ให้น้ำลดลง 40 ลูกบาศก์เมตร เพื่อช่วยในการกู้เรือครั้งนี้ได้อย่างปลอดภัย
ส่วนเรื่องอาการของผู้บาดเจ็บของพี่ชาย ล่าสุด พบว่าแขนหัก 2 ท่อน ส่วนลูกสาวได้ย้ายเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ทั้งนี้เรือดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท แต่ถ้านำขึ้นมาได้แล้วอาจจะต้องมีการซ่อมแซมปรับปรุงเพื่อประเมินความเสียหาย ใช้งบประมาณประมาณ 1 ล้านบาท ถึงจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติ
ส่วนตอนนี้ทางกรมเจ้าท่าได้มีการสั่งงดเดินเรือสินค้าบริเวณจุดดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย หากทำภารกิจกู้เรือสำเร็จ ทางกรมเจ้าท่าก็จะเปิดให้เดินเรือตามปกติ


