เปิดใจ “ป้าแมว” เจ้าของโสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม จ.กาญจนบุรี มั่นใจทำในสิ่งที่ถูกต้อง ยันเตียงกรงสร้างขึ้นเพื่อความสบายของคนไข้ ยังไม่ขอให้ข้อมูลเรื่องการสั่งปิดสถานบริการ
วันที่ 7 ต.ค.69 จากกรณี แม่ภัทร ออกมาร้องเรียน ถูกลูกชายพาตัวเข้าไปอยู่ใน โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และผู้ที่มีอาการทางจิตเวช ต่อมา มีการเปิดภาพศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งนี้ ซึ่งมีการจัดโซนแบ่งชายหญิง แต่โดยรอบจะทำเป็นลูกกรง มีรั้วลวดหนามหีบเพลงอยู่ด้านบน อ้างว่าป้องกันคนไข้หลบหนี นอกจากนี้ยังมี เตียงกรง ที่อ้างว่า ใช้สำหรับผู้สูงอายุบางคน เพราะการมัดมือนานๆ ทำให้มือบวม จึงคิดค้นสิ่งนี้ขึ้นมา ซึ่งต่อมาทาง สบส. ได้สั่งปิด “โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม” แล้วนั้น
ล่าสุด นางแมว เจ้าของสถานบริการโสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม ให้ข้อมูลว่า ในเรื่องการสั่งปิดสถานบริการและในเรื่องการที่ ผอ.สบส.5 ยืนยันว่าไม่เห็นลูกกรง ตนเองยังไม่ขอให้ข้อมูล ในความรู้สึกของตนเองตอนนี้ตนเองก็ยืนยันว่าทำในสิ่งที่ถูกต้องตามที่ได้รับใบอนุญาตมา ทุกอย่างอยู่กับความปลอดภัยของคนไข้ในสิ่งที่จัดทำขึ้น
แต่ถ้าสังคมมองดูว่าไม่ดี ก็ต้องถามว่า ต่อจากนี้จะมีสถานที่ไหนเปิดรับดูแลคนไข้ลักษณะนี้ เพราะคนไข้ที่ป่วยจากปัญหายาเสพติดไม่ใช่คนไข้ที่พูดคุยรู้เรื่อง มีการทำร้ายครอบครัวมาก่อน การที่คนไข้มาอยู่ที่นี่และไม่ได้มีการเสพยาเสพติดต่อเนื่องก็จะเป็นผลดี และได้ยาจากหมอก็จะช่วยลดความตึงเครียด ทำให้คนไข้สามารถใช้ชีวิตได้
สำหรับกรณีของป้าภัทร ว่ามีการถูกทรมานนั้นมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ตนเองคิดว่าเป็นเรื่องของครอบครัวที่มีปัญหาในตอนแรก ก็ต้องมีการให้ข้อมูลเพื่อให้สังคมเห็นใจว่าลูกทำร้ายอย่างไร และมาอยู่ในสถานดูแลต้องเจอในเรื่องที่ไม่ดีกว่า เชื่อว่า ไม่ว่าสถานที่แห่งไหนรับคนนี้ไปก็จะถูกต่อว่าเหมือนกันหมด
ที่ผ่านมาตนเองไม่ได้คุยกับนางภัทรมาก ส่วนใหญ่จะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมาก็จะบอกว่ารวยพันล้าน ซึ่งตนเองก็เคยนั่งพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องปัญหาครอบครัว ซึ่งก็บอกว่าให้ทั้งคู่ลองพูดคุยกันดูในเรื่องลูกกับแม่ ซึ่งก็ติดต่อไปทางลูกชายหลายครั้งให้เข้ามารับ แต่ลูกชายไม่มา ซึ่งจะให้คำตอบว่ากลัวถูกแม่ทำร้ายและขอหาสถานที่ใหม่ก่อน แล้วก็มีการผลัดมาตลอด ซึ่งลูกชายตนเองได้โทรไปครั้งสุดท้ายว่าต้องให้มารับจึงได้มีการมารับตัวไป
ระหว่างที่นางภัทรมาอยู่ก็มีการอาละวาดบ้าง เนื่องจากเกิดความไม่พอใจที่จะต้องมาอยู่ที่สถานที่ดูแลผู้สูงอายุ ก่อนหน้านั้นตนเองก็เคยต่อสายโทรศัพท์ให้ทั้งสองแม่ลูกพูดคุยกันต่อหน้าตนเอง ก็เห็นว่ามีการพูดคุยกันดีแต่ลูกชายก็ไม่ได้มารับกลับไป
ส่วนประเด็นผู้เสียชีวิตจำนวน 9 คน เรื่องนี้สามารถตรวจสอบได้ ทั้งทางโรงพยาบาลและทางของรัฐ ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้สูงอายุที่เกิดจากโรคหัวใจและโรคต่างๆ ซึ่งสุดท้ายก็ต้องส่งทางโรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบและต้องแจ้งฝ่ายปกครอง แจ้งญาติเพื่อทำใบมรณบัตร แต่ถ้าเป็นเคสการทำร้ายจนเสียชีวิตนั้นยืนยันว่าไม่มีเพราะทุกคนที่มาก็แข็งแรง ส่วนในเรื่องการทรมาน ยืนยันว่าไม่มี ตนเองไม่เอาอนาคตของลูกชายที่ต้องดูแลสถานที่แห่งนี้ต่อไปเสี่ยงด้วย
ส่วนประเด็นที่คนไข้ต้องทำการอุจจาระใส่ถัง ขออธิบายว่าเรามีเจ้าหน้าที่ประจำตึก แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยบางคนท้องเสียเรียกไม่ทัน หรือเจ้าหน้าที่ไม่อยู่ก็จะมีถังฉุกเฉินไว้
ส่วนประเด็นที่นอนกรงตอนนี้ ได้สั่งรื้อทั้งหมดแล้วเพราะต่อไปถ้ามีการปิดสถานประกอบการก็จะไม่มีพนักงานอยู่ แล้วใครจะมารื้อให้ ซึ่งดราม่าเรื่องเตียงนั้นตัวเองก็ได้รับการวิจารณ์จากหมอหลายท่านว่าเป็นนวัตกรรมที่ดี ช่วยให้คนไข้หายจากอาการบวม แต่ว่าสังคมอาจจะไม่เข้าใจและไม่ยอมรับ ซึ่งผู้ป่วยมาอยู่ก็ไม่ต้องถูกมัด ผู้ป่วยจะพลิกตัวในยามนอนหลับก็สามารถทำได้อย่างสบาย บาดแผลก็ไม่ต้องถูกกดทับ
จนตอนนี้ก็ยังมีกำลังใจจากญาติผู้ป่วยที่เคยดูแล แต่ก็ได้แจ้งกับญาติผู้ป่วยหลายคนว่าถ้าถูกปิดจริงก็ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปสถานที่ที่รองรับไว้ แต่ถ้าวันหนึ่งวันใดมีการกู้ชื่อเสียงกลับมาและได้มีการปรับปรุงให้ถูกต้องแล้ว ถ้าญาติมั่นใจก็ให้นำผู้ป่วยกลับมาได้
สำหรับพนักงานกว่า 20 ชีวิตถ้าจะต้องปิดสถานบริการ ก็ได้คุยกับพนักงานได้มีการปิดตัวไปก็ขอโทษถ้าหากจะต้องลำบาก ถ้าจะกลับมาเปิดบริการใหม่ก็คงต้องเป็นหน้าที่ของลูกชายที่จะสานต่อ
สำหรับประเด็นเรื่องเด็กอายุ 15 ปี โดยเด็กคนนี้ส่งตัวมาอยู่ที่แห่งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วเนื่องจากพ่อแม่ไม่สามารถดูแลได้ โดยรอบแรกที่มาอยู่และได้ส่งกลับบ้าน น้องก็ได้กลับเข้าไปสู่สังคมเดิมจึงทำให้พ่อแม่ต้องกลับมาส่งอีก โดยมีความหวังว่าการที่ลูกมาอยู่ที่นี่จะทำให้ลูกได้กินยาและมีการอบรมสั่งสอน ซึ่งเด็กคนนี้ก็ได้ไปอยู่กับกลุ่มผู้ป่วยวัยรุ่นด้วยกัน ซึ่งมองว่าไปอยู่แล้วมีความสุขได้เฮฮากับรุ่นพี่ ซึ่งที่ผ่านมาก็เพิ่งจะมีเยาวชนคนนี้เป็นคนแรก นอกจากนั้นก็จะเป็นผู้ใหญ่ทั้งหมด.


