"ลุงช้าง" อดีตคนเคยอยู่ "โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม" จ.กาญจนบุรี ยันไม่ได้ป่วย หรือยุ่งเกี่ยวยาเสพติด ถูกครอบครัวจับมาส่ง วันแรกโดนนอนเตียงกรง พี่สาวทำเรื่องฟ้องศาล จนได้ปล่อยตัวออกมา
วันที่ 7 ต.ค. 2569 จากกรณี แม่ภัทร ออกมาร้องเรียน ถูกลูกชายพาตัวเข้าไปอยู่ใน โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และผู้ที่มีอาการทางจิตเวช ซึ่งต่อมา มีการเปิดภาพศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งนี้ ซึ่งมีการจัดโซนแบ่งชายหญิง แต่โดยรอบจะทำเป็นลูกกรง มีรั้วลวดหนามหีบเพลงอยู่ด้านบน อ้างว่าป้องกันคนไข้หลบหนี นอกจากนี้ยังมี เตียงกรง ที่อ้างว่า ใช้สำหรับผู้สูงอายุบางคน เพราะการมัดมือนานๆ ทำให้มือบวม จึงคิดค้นสิ่งนี้ขึ้นมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด แม่ภัทร พร้อมผู้ที่เคยอยู่ที่โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮมแห่งนี้ ได้มาพูดคุยในรายการ "โหนกระแส"
ลุงช้าง หนึ่งในคนที่เคยอยู่ที่ศูนย์แห่งนี้ เล่าว่า ตนมาอยู่ที่โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม เพราะถูกครอบครัวอุ้มเข้าไป เพราะตอนที่ทำธุรกิจอยู่กับครอบครัว ตนเองมีอารมณ์รุนแรง และยอมรับว่ามีเรื่องของทรัพย์สินมาเกี่ยวข้องด้วย เมียจึงนำตนมาอยู่ที่นี่ ตั้งแต่ก่อนเมษายน 68 อยู่ได้ประมาณ 3 เดือน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าคนที่อุ้มมาเป็นใคร แต่จับตนใส่กุญแจมือ ล็อกอยู่กับที่นั่ง ยึดกระเป๋าสตางค์ กับโทรศัพท์ไปหมด แต่ตนเห็นว่ารถไปผิดทาง เพราะตอนแรกบอกว่าจะไปโรงพยาบาลที่นครปฐม แต่สุดท้ายก็ขับเลยไป กระทั่งไปถึงที่ศูนย์ก็มีเจ้าหน้าที่ 4 คน ออกมาหิ้วตัวเข้าไป จากนั้นจับถอดกางเกง ใส่แพมเพิส แล้วพาไปนอนในเตียงกรง พลิกตัวยังไม่ได้ โดยลุงช้างยืนยันว่า ตัวเองไม่ได้เสพยา และไม่มีประวัติจิตเวชใดๆ ช่วงที่นอนอยู่ ตนปวดฉี่ จึงโวยวายขึ้น เขาก็โทรรายงานคุณแมว เจ้าของศูนย์ แล้วก็บอกว่าให้ฉี่ใส่แพมเพิสได้เลย
ลุงช้าง เผยต่อว่า ระหว่างที่อยู่ในนั้น เขาพยายามถามว่านอนหลับไหม ถ้าไม่หลับจะให้กินยา แต่ตนไม่กิน หลังอยู่ได้ไม่นาน ตนยังถามเขาว่า ถูกจ้างเท่าไร ตนจะให้อีกเท่านึง เพื่อปล่อยตัวเองกลับบ้านไปเคลียร์ครอบครัว ซึ่งเมียตนเป็นคนจ่ายค่าจ้างเดือนละ 18,000 บาท อยู่ในเตียงกรงได้ประมาณ 1 ชม. เขาให้สงบสติอารมณ์ พอเราเริ่มยอม เขาก็ยกกรงด้านบนออกให้ อยู่ในนั้นได้ 3 วัน ก็ถูกย้ายมาตึกเหลือง ซึ่งเป็นตึกเกี่ยวกับผู้ป่วยโรคจิต ตนอยู่ห้องรวม 2 คน กับคนที่เป็นอดีตทหารเก่า ซึ่งมีอาการทางจิตเล็กน้อย เวลานอนเขาก็จะมาชะโงกมองเรา เราต้องแกล้งหลับ ซึ่งก็ต้องทนอยู่แบบนั้น นั่งๆ นอนๆ อุจจาระ ปัสสาวะในถังของใครของมัน แต่เห็นว่าอีกตึกที่เป็นวัยรุ่น จะต้องใช้ถังร่วมกัน จากนั้นตนเองถูกย้ายไปตึกบำบัด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นวัยรุ่น โดยแต่ละตึกก็มีลูกกรง
ลุงช้าง บอกด้วยว่า ตนอยู่ที่นี่นานกว่า 3 เดือน ตอนเข้าไปยืนยันว่าปกติทุกอย่าง แต่ตอนที่ออกมาจากที่นั่นได้ สุขภาพจิตของตัวเองแย่มาก บางครั้งคุยเรื่องนี้ ก็ร้องไห้ออกมาเฉยๆ ได้กินอาหารไม่ดี กินกล้วยน้ำว้าดิบกับกาแฟ หรือไม่ก็น้ำเต้าหู้ กลางวันก็แล้วแต่เขา รสชาติไม่ได้เรื่อง ตนเททิ้งทุกวันประมาณ 1 เดือน กินได้แค่ 4-5 คำ บางครั้งต้องขอขนมมันฝรั่งจากคนข้างๆ มากินแทนข้าว สัก 4-5 ชิ้น จนมีคนนึงเขาฟ้องว่าตนเทข้าวทิ้งทุกวัน ตนก็สู้เลยว่ามีปัญหาอะไรไหม ขอลดข้าวให้น้อยลงก็ด่า เหลือเททิ้งก็ด่า แล้วจะให้ทำยังไง เพราะมันกินไม่ได้ ตนก็ขอว่าให้เอาปลากระป๋องมา เขาก็จัดมาให้ ซึ่งก็ต้องทนกิน และก่อนที่จะมีหน่วยงานเข้าไปตรวจ ผู้ชายทุกคนต้องไปแก้ผ้าอาบน้ำข้างหลัง พอมีหน่วยงานไปตรวจ ถึงจะมีห้องน้ำแยก
แต่ที่ผ่านมา ลุงช้าง ยืนยันว่าไม่เคยถูกทำร้าย เพราะเราก็ป้องกันตัวเอง จะให้กินยาอะไรตนก็ไม่กิน เพราะกลัวจะไม่ใช่ยานอนหลับจริงๆ
ขณะที่แม่ภัทร บอกว่า ตนเคยได้กินยานอนหลับ เวลาเรานั่งเงียบๆ ไม่ตอบอะไรกับเขา เขาก็คาดคั้นไปเรื่อยๆ พอเราพูด เขากลับหาว่าเราอาละวาด จากนั้นก็จะให้กินยา
ลุงช้าง บอกด้วยว่า ตนก็เคยโดนแบบนี้ มีการยั่วให้โมโห จะได้กินยา แต่ตนเฉยๆ นิ่งๆ ไม่สู้อะไรทั้งนั้น เพราะกลัวว่าจะเอายามาให้กิน แล้วบอกว่าตนเป็นโรคจิต คนที่มาดูแล ก็จะเป็นวัยรุ่น เป็นชาวบ้าน มีคนที่เชื่อว่าเป็นพยาบาล 1-2 คนเท่านั้น
ทั้งนี้ หากคนไข้คนไหนที่อยู่นานๆ แล้วไม่มีพฤติกรรมหลบหนี ก็จะให้มาช่วยทำงาน แจกข้าว แจกน้ำ หิ้วถุงปัสสาวะ อุจจาระ ไปเรียงไว้ แล้วจะมีรถมาเก็บอีกที
ลุงช้าง เล่าต่อว่า ที่ออกมาได้ เพราะพี่สาวตนไปแจ้งความ สภ.โพธิ์แก้ว แต่เพราะล่าช้า จึงจ้างทนายฟ้องภรรยา เพื่อให้ไปยืนยันกับทางศูนย์ให้พาตัวออกมาได้ เสียเงินไป 300,000 บาท พอมีคำพิพากษาออกมา ตนถึงออกมาได้ ส่วนที่ติดต่อกับทางพี่สาวได้ เพราะคนที่รู้จักเป็นคนส่งเครื่องมือแพทย์ช่วยตามหาให้ โทรไปถามแต่ละศูนย์ให้ว่า มีคนชื่อนี้ไหม พอทางศูนย์เขาบอกว่ามี ก็ไปบอกพี่สาว ซึ่งคนที่นั่นเขาก็ยังบอกว่า ถ้าไปแจ้งที่ สภ.ท่าม่วง ไม่ได้ผลหรอก
ด้าน ลุงเอ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนอยู่ที่ศูนย์แห่งหนึ่ง ใน จ.นนทบุรี แต่เพราะถูกทรมาน จึงหนีออกมาไปอยู่บ้านน้องสาว ก่อนลูกจะจ้างคนมาอุ้มไปอยู่ที่ศูนย์แห่งนี้ ใน จ.กาญจนบุรี แต่ยอมรับว่ามีปัญหาครอบครัว พอภรรยาป่วยเสียชีวิต ลูกเขยมีคดีความติดคุก ลูกสาวก็รู้จักกับเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งเข้ามาหลอกให้เซ็นเป็นผู้จัดการมรดก เอาเงินในธนาคารไป ที่ไม่เคยไปร้องเรียนที่ไหน เพราะผมตัวคนเดียว ไม่มีเพื่อนช่วยคิด กระทั่งเจอแม่ภัทร ที่บ้านโสธรชัย ยังจะชวนกันหนีเลย โดยตนเองเข้าไปอยู่ที่โสธรชัยฯ ปลายปี 2566 เพิ่งออกมาตอนปลายปี 2568 หลังจากที่เซ็นหนังสือมอบอำนาจให้ลูก ยอมเอาทรัพย์สินไป เขาเลยยอมให้ปล่อยตัวออกมา
ระหว่างที่อยู่ในนั้น รู้สึกกระทบกระเทือนจิตใจมากๆ แต่ยอมรับว่าไม่ได้นอนในเตียงกรม ตนอยู่ในโซนด้านหลังสุด เมื่อก่อนเป็นกรงเหล็ก ไม่มีไม้กั้นเป็นห้อง ไม่มีห้องน้ำ โดยใส่กุญแจล็อกไว้ทุกห้อง ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณเดือนละ 12,000 - 13,000 บาท อาหารที่กินก็จะเหมือนกับคนอื่น
ที่มา : โหนกระแส


