อธิบดี สบส. เผยผลตรวจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ที่กาญจนบุรี มีผู้ป่วยจิตเวชถึง 92 ราย ชี้เตียงกรง-ห้องขัง ตามมาตรฐานไม่มี หากพบมีการกักขังหน่วงเหนี่ยว สั่งปิดแน่นอน
จากกรณี กองปราบบุกตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ จ.กาญจนบุรี หลังแม่ร้องถูกลูกชายส่งตัวไปขังไว้นาน 2 ปี โดยอ้างว่าถูกทารุณ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
วันที่ 6 ต.ค.69 นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ให้ข้อมูลว่า จากข่าวที่ออกไปจึงได้เข้ามาตรวจสอบพร้อมกับหลายหน่วยงาน จากการตรวจสอบ พบด้านในสอดคล้องกับข่าวที่ออกไป ในเรื่องของเตียงที่ทำในลักษณะเป็นกรง โดยทางผู้ประกอบการให้ข้อมูลว่า จัดทำขึ้นเพื่อสำหรับผู้ที่มีอาการทางจิตเวช ไม่สามารถควบคุมอาการได้ใช้นอน แต่เป็นการนอนชั่วคราวในช่วงที่มีอาการผิดปกติ ส่วนในเรื่องห้องแยกที่มีลักษณะคล้ายกับห้องขังใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมทำร้ายร่างกาย จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ป่วยลงทะเบียนอยู่ 100 ราย และพบว่าเป็นผู้ป่วยทางจิตเวช 92 ราย
สำหรับสถานที่แห่งนี้ได้ขออนุญาตเป็นสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง โดยมีการขออนุญาตไว้ 50 เตียง แต่จากการตรวจสอบมีการให้บริการที่เกินกว่าที่ขออนุญาตไว้ ตอนนี้ได้ประสานไปทางกรมสุขภาพจิตให้นำทีมเข้ามาประเมินผู้ที่ได้รับการดูแลอยู่ที่จุดนี้ ซึ่งทางภาครัฐอนุญาตให้ศูนย์ดูแลผู้ป่วยทางสุขภาพจิตในระดับที่ไม่เกินสีเขียว แต่ถ้ามากกว่านั้นต้องไปอยู่ในสถานบำบัดและสถานพยาบาลซึ่งจะต้องมีการดำเนินการต่อไป และจะเป็นการตรวจสอบในเรื่องการดำเนินการว่ามีการผิดระเบียบหรือผิดกฎหมายตรงไหนต่อไปหรือไม่
สำหรับแนวทางถ้าพบว่ามีความผิดตามกฎหมาย จะพิจารณาในเรื่องการเพิกถอนใบอนุญาต ถ้าผิดระเบียบก็จะสั่งให้ปรับปรุง ถ้าปรับปรุงไม่ได้ก็จะมีการพักใบอนุญาต และถ้ากรณีที่พบว่าไม่มีการกระทำผิดกฎหมายเลย ก็จะให้เปิดดำเนินการต่อ ซึ่งจากที่ตรวจสอบพบว่าหลายจุดเป็นไปตามมาตรฐานและมีการกระทำนอกเหนือจากที่ขออนุญาต ถ้าญาติของผู้ป่วยไม่สมัครใจที่จะอยู่ต่อ อยากจะเปลี่ยนสถานที่ดูแล หรือจะให้ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ดูแลต่อ ก็จะมีการดำเนินการให้
ซึ่งจากการตรวจสอบภายใน พบลักษณะของเตียงกรงและห้องขังที่พบ ตามมาตรฐานไม่ควรมีลักษณะเช่นนี้ ถ้าผู้ป่วยมีอาการเอะอะอาละวาด ก็จะเกินขอบข่ายของสถานบริการที่จะดูแลได้ จะต้องส่งสถานพยาบาลเท่านั้น โดยในเรื่องนี้ถือว่าเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตไป ซึ่งตามมาตรฐานทางการแพทย์ไม่มีเรื่องเหล่านี้
ทั้งนี้ สถานที่แห่งนี้เพิ่งจะต่อใบอนุญาตไปเมื่อประมาณเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งใบอนุญาตจะมีอายุ 5 ปี ซึ่งสถานที่แห่งนี้ประกอบการมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2549 ก่อนที่ พ.ร.บ.สถานประกอบการจะมีผล โดยการต่อใบอนุญาตครั้งล่าสุดนั้น เป็นการต่อใบอนุญาตทางออนไลน์ ในการขอใบอนุญาตครั้งแรกจะมีการมาตรวจว่าตรงตามมาตรฐานหรือไม่และจะมีการตรวจตามวงรอบในระยะหนึ่งถึงสองปี หรือถ้ามีการร้องเรียนก็จะมีการออกมาตรวจสอบโดยก่อนหน้านี้สถานที่แห่งนี้มีการร้องเรียนในเรื่องของสุขาภิบาล และเคยเข้ามาตรวจสอบแล้วและได้รับการดำเนินการแก้ไขแล้ว
สำหรับการเข้ามาตรวจสอบครั้งสุดท้ายของเจ้าหน้าที่ เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม 2568 และจะครบรอบตรวจในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ จากการสอบถามผู้ที่เข้ามาตรวจสอบพบว่า ก่อนหน้านี้ยังไม่เห็นกรงขัง ซึ่งผู้ตรวจสอบก็ยืนยันว่าไม่เห็นกรงขังในครั้งนั้น และมั่นใจว่า หากผู้ตรวจสอบพบเห็นก็จะต้องมีการรายงาน ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการเพิ่มมาตรฐานในการตรวจสอบสถานให้บริการทั่วประเทศให้เข้มข้น
สำหรับประเด็นที่มีผู้ไปร้องเรียนว่า สถานที่แห่งนี้มีการกักขังหน่วงเหนี่ยวนั้น ถ้าการสอบสวนพบว่ามีการกระทำผิดจริง ตัวเองก็จะสั่งปิดแน่นอน เพราะเป็นสิ่งที่นอกเหนือจากที่อนุญาตให้ดำเนินการ เพราะสถานที่แห่งนี้ญาติจะต้องเสียเงินเพื่อให้ผู้ป่วยมาอยู่ที่นี่ซึ่งก็จะต้องได้รับสิทธิตามที่พึงได้