เปิดใจเจ้าของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ที่กาญจนบุรี ยันเพิ่งต่ออายุใบอนุญาตจาก สบส. เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 69 อ้างห้องลูกกรงเฉพาะผู้ป่วยจิตเวชรุนแรง ปมแม่ไปร้องสื่อ ศูนย์อ้างแจ้งลูกให้มารับเอง เพราะเห็นว่าปกติ และอยากกลับไปอยู่กับลูก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.สั่งการ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น กก.5 บก.ป. นำกำลังไปตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ใน ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี หลังมีผู้เสียหายร้องเรียนผ่าน รายการโทรทัศน์ชื่อดังว่า ถูกลูกชายและลูกสะใภ้หลอกพาไปอยู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุโดยไม่สมัครใจนานกว่า 2 ปีครึ่ง เนื่องจากต้องการฮุบกิจการมูลค่านับพันล้าน อีกทั้งระหว่างอยู่ที่ศูนย์ถูกทำร้าย ข่มขู่ บังคับให้กินยา ก่อนจะแอบติดต่อให้น้องสาวช่วยพาออกมา
จากการเข้าไปตรวจสอบพบว่า ภายในอาคารที่พักพบมีการแบ่งแยกเป็นสัดส่วนชาย-หญิง ซึ่งมีการติดตั้งเหล็กทุกจุด พร้อมลวดหนามป้องกันไว้ เพื่อป้องกันการหลบหนี ภายในห้องพบเตียงนอนถูกติดตั้งด้วยเหล็กเป็นโครงครอบติดกับเตียงนอน ภายในมีผู้สูงอายุนอนอยู่ทุกเตียง และประตูยังถูกใส่กุญแจล็อกไว้ มีห้องพักชนิดห้องพักเดี่ยวติดแอร์ ห้องพักรวมแอร์ และห้องพักเดี่ยวพัดลม แยกตามอาการและประเภทของผู้ป่วย
ร.อ.หญิง ภรเสริมสิริ ให้ข้อมูลว่า ตนเองจบหลักสูตรพยาบาลทหารอากาศ และรับราชการจนติดยศร้อยเอก จึงลาออกมาทำงานโรงพยาบาลเอกชน ที่ จ.กาญจนบุรี
ต่อมาประมาณปี 2549 ได้เปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ(เวชกรรมชั้น 1) ที่ตั้งปัจจุบัน จนกระทั่ง 2564 ตนเองได้เปลี่ยนเป็นสถานรับดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยพึ่งพิง(จิตเวชและฟื้นฟู) โดยรับดูแลผู้สูงอายุ และผู้ป่วยจิตเวช ผู้ป่วยพักฟื้น ในสถานที่ดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจะต้องขออนุญาตจากศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 (สบส.5) กระทรวงสาธารณสุข และมีการตรวจสอบเพื่อต่ออายุทุกปี ล่าสุดเพิ่งจะต่ออายุเมื่อวันที่ 3 ส.ค.69 ที่ผ่านมา
จากนั้น ร.อ.หญิง ภรเสริมสิริ ได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบภายในศูนย์ พบว่ามีเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยจำนวน 19 คน แบ่งเป็นชาย 3 คน หญิง 16 คน และมีผู้ป่วยในความดูแลทั้งหมด ดังนี้ ผู้ป่วยชาย 75 คน แบ่งเป็น จิตเวช 68 คน, คนชรา 5 คน, ฟื้นฟู 2 คน ผู้ป่วยหญิงรวม 17 คน แบ่งเป็น จิตเวช 13 คน, คนชรา 3 คน, ฟื้นฟู 1 คน
โดยภายในอาคารที่พักมีการแบ่งแยกเป็นสัดส่วนชาย-หญิง มีห้องพักชนิดห้องพักเดี่ยวติดแอร์ และห้องพักรวมแอร์ และห้องพักเดี่ยวพัดลม แยกตามอาการและประเภทของผู้ป่วย
ร.อ.หญิง ภรเสริมสิริ ระบุว่า หากห้องพักเป็นชนิดลูกกรงเหล็ก เป็นของผู้ป่วยจิตเวชรุนแรง เนื่องจากผู้ป่วยจิตเวชมักจะทำลายข้าวของ เดินไปมา จึงจำเป็นต้องทำเป็นกรงเหล็กเพื่อความแข็งแรง และล็อกกุญแจด้านนอก โดยยืนยันว่า ไม่มีการทำร้ายร่างกาย เนื่องจากผู้ป่วยจิตเวชหากถูกทำร้ายจะมีการตอบโต้ที่รุนแรงกว่าคนปกติ
ร.อ.หญิง ภรเสริมสิริ บอกด้วยว่า ตามข่าวที่ น.ส.นภัทร มาร้องเรียนนั้น เมื่อเดือน ก.พ.67 ลูกชาย น.ส.นภัทร ได้ติดต่อมาที่ศูนย์ฯ ขอส่งตัว น.ส.นภัทร มาพักอาศัยอยู่กับทางศูนย์ โดยลูกชายแจ้งมาว่า น.ส.นภัทร ชอบไปก่อความวุ่นวายกับพนักงานในบริษัทของลูกชาย ทางลูกชายจึงติดต่อมาเพื่อส่งแม่ให้มาอยู่ในความดูแลของศูนย์ ซึ่งการไปรับตัว ทางลูกชายพามาส่งเอง ทางศูนย์ไม่ได้จัดรถไปรับแต่อย่างใด จึงไม่ทราบเรื่องการใส่กุญแจมือขณะไปรับตัว
หลังจากนำ น.ส.นภัทร มาถึง ศูนย์จึงรับไว้ดูแล โดยลูกชายได้เช่าห้องเดี่ยวติดแอร์อย่างดีให้พักอาศัย ซึ่งขณะอยู่ที่นี่ น.ส.นภัทร มักตัดพ้อว่า ถูกลูกชายทอดทิ้ง
ซึ่งทางศูนย์เห็นว่า น.ส.นภัทร มีอาการปกติ และอยากกลับไปอยู่กับลูกชาย ทางศูนย์จึงติดต่อลูกชายเพื่อให้มารับกลับไปดูแล เมื่อวันที่ 8 ส.ค.69 ลูกชายจึงมารับกลับไป กระทั่งมีการไปร้องเรียนออกรายการดังกล่าว