"วัชระพล" รมช.เกษตรฯ ลุยพื้นที่น้ำท่วมปทุมธานี ติดตามสถานการณ์ "แม่น้ำเจ้าพระยา" มอบถุงยังชีพ-อาหารหมาแมวให้ประชาชนผู้ประสบภัย พร้อมเร่งเยียวยา ช่วยเหลือฟื้นฟูหลังน้ำลด

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา หลังกรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่าในช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคม จะมีฝนตกในหลายพื้นที่ และช่วงวันที่ 9-12 ตุลาคม อาจมีฝนหนักเหมือนปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยมี นายศุภชัย นพขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต 2 สังกัดพรรคเพื่อไทย และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมผู้นำท้องถิ่นและผู้นำชุมชน ให้การต้อนรับ

โดยคณะ รมช.เกษตรฯ ได้ลงพื้นที่วัดหงส์ปทุมาวาส ต.บางปรอก อ.เมืองปทุมธานี ท่าเรือวัดสุราษฎร์รังสรรค์ ต.บางเตย อ.สามโคก และวัดเจดีย์ทอง ต.คลองควาย อ.สามโคก พบปะกลุ่มผู้เลี้ยงปลาและชาวบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ถูกน้ำท่วมสูง ต้องพายเรือออกมารับถุงยังชีพเพื่อประทังชีวิต ซึ่งนอกจากถุงยังชีพแล้ว ยังได้นำอาหารสุนัขและแมวมามอบให้ด้วย โดยชาวบ้านสะท้อนว่าน้ำเพิ่มระดับขึ้นทุกวันและยังไม่มีหน่วยงานรัฐมาดูแลพื้นที่ปริมณฑลที่ถูกน้ำท่วมอย่างจริงจัง

นายวัชระพล เปิดเผยว่า จะนำข้อมูลปัญหาที่ได้รับไปรายงานต่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือ ฟื้นฟูหลังน้ำลด และมาตรการเยียวยา เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป

สำหรับสถานการณ์น้ำล่าสุด จากรายงานกรมชลประทาน ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำท้ายเขื่อนที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังสูง จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่นอกคันกั้นน้ำใน อ.เมือง และ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ระดับน้ำริมฝั่งอาจสูงขึ้น 20-60 เซนติเมตร ทำให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน แพปลา และร้านอาหารริมน้ำได้ ส่วนพื้นที่ในคันกั้นน้ำยังปลอดภัยแต่ต้องเฝ้าระวังจุดรั่วซึมและน้ำทะเลหนุน

โดย สทนช. และกรมชลประทาน จะตรึงการระบายน้ำที่ระดับ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ต่อเนื่องอีก 5-6 วัน เพื่อพร่องน้ำตอนบน หากไม่มีฝนหนักซ้ำ คาดว่าระดับน้ำจะเริ่มลดลงและเข้าสู่ภาวะปกติช่วงกลางถึงปลายเดือนตุลาคม แต่หากมีฝนใหม่และน้ำทะเลหนุน อาจท่วมขังลากยาวถึงต้นเดือนพฤศจิกายน พร้อมแนะนำเกษตรกรในที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ เร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตและเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงทันที

ส่วนเกณฑ์การเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัย ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกร หรือสมุดเล่มเขียว และมีความเสียหายจริง ชดเชยไม่เกิน 30 ไร่ต่อราย ด้านประมง ตามหลักเกณฑ์ พ.ศ. 2569 กำหนดดังนี้ 

กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หรือหอยทะเล 12,350 บาทต่อไร่ ไม่เกินรายละ 5 ไร่ ปลาหรือสัตว์น้ำอื่นที่เลี้ยงในบ่อดิน นาข้าว ร่องสวน 4,890 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 5 ไร่ และสัตว์น้ำเลี้ยงในกระชัง บ่อซีเมนต์ 390 บาทต่อตารางเมตร ไม่เกิน 80 ตารางเมตร หากคำนวณแล้วได้น้อยกว่า 390 บาท จะปรับเป็น 390 บาทต่อรายทันที

นายวัชระพล กล่าวถึงกรณีราคาผักและไข่ไก่ที่ปรับตัวสูงขึ้นช่วงน้ำท่วมและใกล้เทศกาลกินเจ ว่า กระทรวงเกษตรฯ จะเปิดพื้นที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือ อ.ต.ก. ทั้งในกรุงเทพฯ พิษณุโลก และนครสวรรค์ ให้เกษตรกรที่ไม่ประสบภัยนำสินค้ามาขายตรงถึงผู้บริโภคโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพและช่วยเหลือเกษตรกรโดยตรง