นำเรือยนต์ 2 ลำ ลากแพล่องสองชั้น พ้นประตูระบายน้ำเขื่อนแม่กลองได้สำเร็จ ด้านสำนักชลประทานที่ 13 สั่งยกบานประตูขึ้นทันที แต่ยังควบคุมการระบาย คาดระดับน้ำเริ่มทรงตัวและลดลงใน 3-5 วัน
วันที่ 30 กันยายน 2569 นายนิพนธ์ พรเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขากาญจนบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ประสานความร่วมมือกับอาสาสมัครกู้ชีพมูลนิธิขุนรัตนาวุธ และเจ้าหน้าที่สำนักงานชลประทานที่ 13 เร่งเข้าปฏิบัติการกู้แพล่องสองชั้นที่หลุดลอยมาติดค้างอยู่บริเวณบานประตูระบายน้ำที่ 5, 6 และ 7 ของเขื่อนแม่กลอง โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้อุปกรณ์เชื่อมโยงพร้อมเชือกยึดตรึงกับเรือยนต์ 2 ลำ ก่อนทำการชักลากดึงแพออกจากหน้าบานประตูระบายน้ำอย่างระมัดระวัง ใช้เวลาปฏิบัติการประมาณ 20 นาที จึงสามารถกู้แพออกมาได้สำเร็จอย่างปลอดภัย และลากจูงไปส่งมอบคืนเจ้าของบริเวณท่าน้ำหน้าวัดหนองโณ ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
นายนิพนธ์ เปิดเผยว่า ภารกิจครั้งนี้ได้รับการมอบหมายจาก นายนริศศักดิ์ สถาวรวิสิต รองอธิบดีกรมเจ้าท่า และปฏิบัติงานร่วมกับ นายปรีชา เพชรเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 3 โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี (นายวุฒิพงษ์) เป็นประธานกำกับดูแลภารกิจ จนสามารถเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางออกจากเขื่อนแม่กลองได้อย่างเรียบร้อย ช่วยให้การระบายน้ำของเขื่อนเป็นไปอย่างปลอดภัย
ทั้งนี้ กรมเจ้าท่าได้ออกประกาศ งดการเดินเรือ ในช่วงที่กระแสน้ำเชี่ยวกราก พร้อมฝากเตือนประชาชน ผู้ประกอบการแพท่องเที่ยว ร้านอาหาร และกระชังปลา ให้ตรวจเช็กระบบผูกยึดตรึงสิ่งปลูกสร้างให้แข็งแรง ไม่ให้หลุดลอยกีดขวางทางน้ำ และขอให้ติดตามประกาศเตือนภัยสภาพอากาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
ภายหลังกู้แพสำเร็จ ในเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน สำนักชลประทานที่ 13 ได้สั่งการให้เขื่อนแม่กลองยกบานระบายน้ำทั้ง 3 ประตูขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนรวมอยู่ที่ 2,093 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมประสานเตือนประชาชนที่พักอาศัยอยู่ริมแม่น้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ และบริเวณตลิ่ง ให้เร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง
ขณะที่ ศูนย์อำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้าเขื่อนแม่กลอง ยืนยันว่าจะควบคุมปริมาณการระบายน้ำท้ายเขื่อนไม่ให้เกิน 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยคาดการณ์ว่าระดับน้ำท้ายเขื่อนจะเริ่มทรงตัวและค่อยๆ ลดลงภายใน 3-5 วันนี้
