“น้องธีร์” เด็ก ม.6 วัย 17 ปี ใช้เวลา 4 ชม. พัฒนาสุดยอดไอเดีย ร่วมแอดมินเพจเรารักแปดริ้ว ปั้น “ฉะเชิงเทราฟลัดเวอเซล” เว็บแจ้งน้ำท่วมเรียลไทม์
วันที่ 30 กันยายน 2569 มีรายงานว่า ท่ามกลางสถานการณ์น้ำหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยยังคงน่าเป็นห่วง จากวิกฤตดังกล่าว ทำให้ภาคประชาชนเกิดแนวคิดในการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการข้อมูล คือ "ฉะเชิงเทราฟลัดเวอเซลแอป" (Chachoengsao Floodverse App) เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลสถานการณ์น้ำในพื้นที่
แพลตฟอร์มนี้เกิดจากความร่วมมือของ นายณฐฤทธิ์ หนุนพระเดช หรือ “ท็อป” แอดมินเพจเรารักแปดริ้ว และเจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทรา กับ นายนนทพรรษ จิตรรังสรรค์ หรือ “น้องธีร์” อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสุจิปุลิ
สำหรับ ฉะเชิงเทราฟลัดเวอเซลแอป (https://chachoengsao-flood.vercel.app) ได้เปิดให้ประชาชนสามารถเข้ามาร่วมรายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ทั้งระดับน้ำ จุดที่เกิดน้ำท่วม รวมถึงสามารถแนบภาพและระบุช่วงเวลาของข้อมูล เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถตรวจสอบสถานการณ์น้ำในจุดต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ ระบบยังสามารถเชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ทำให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามภาพสถานการณ์จริงตามถนนและจุดต่าง ๆ ที่มีกล้องติดตั้งอยู่ได้ และในระยะต่อไป ทีมพัฒนายังเตรียมต่อยอดระบบให้ประชาชนสามารถส่งข้อมูลขอความช่วยเหลือผ่านแพลตฟอร์ม และส่งต่อข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โดยตรง เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้ประสบภัยได้ตรงจุดมากขึ้น
หลังเปิดใช้งานมาได้ประมาณ 3 วัน ระบบได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้เข้ามาใช้งานและกดรายงานสถานการณ์แล้วประมาณ 2 ล้านครั้ง
นายณฐฤทธิ์ หรือ “ท็อป” เปิดเผยถึงแนวคิดในการพัฒนาระบบว่า จากประสบการณ์การเป็นกู้ภัยและลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในช่วงเกิดภัยพิบัติ ทำให้เห็นปัญหาสำคัญว่า เมื่อเกิดเหตุ ข้อมูลจำนวนมากมักกระจายอยู่ตามโทรศัพท์ กลุ่มแชต และสื่อสังคมออนไลน์ ขณะที่ผู้ประสบภัยต้องการความช่วยเหลือ และผู้ที่พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือ อาจไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกันได้อย่างรวดเร็ว จึงเกิดแนวคิดในการสร้างแพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่เป็น ศูนย์กลางข้อมูลภัยพิบัติ โดยนำข้อมูลจากประชาชน อาสาสมัคร และแหล่งข้อมูลต่าง ๆ มารวมไว้บนแผนที่เดียว
ประชาชนสามารถปักหมุดจุดขอความช่วยเหลือ รายงานระดับน้ำ และรายงานสถานการณ์ พร้อมแนบภาพและระบุช่วงเวลาของข้อมูล ขณะที่กู้ภัย จิตอาสา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวางแผนและประสานการช่วยเหลือ และเมื่อเกิดภัยพิบัติ สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การช่วยเหลือ คือการรู้ว่า ใครกำลังเดือดร้อน อยู่ที่ไหน และต้องการความช่วยเหลืออะไร ระบบนี้จึงไม่ควรเป็นเพียงเว็บไซต์รายงานน้ำท่วม แต่ต้องการให้เป็นแพลตฟอร์มที่เกิดจาก ข้อมูลของประชาชน เพื่อประชาชน และนำไปสู่การช่วยเหลือประชาชน
ด้าน “น้องธีร์” หนุ่มจิตอาสาวัย 17 ปี เล่าว่า ได้พบกับ “ท็อป” ที่จุดรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ ก่อนจะพูดคุยถึงสถานการณ์และแนวคิดในการพัฒนาโครงการ และเมื่อได้ฟังรายละเอียด จึงเกิดความสนใจและเสนอตัวเข้ามาช่วย จึงใช้เวลาเขียนเว็บ ประมาณ 4 ชั่วโมง จนออกมาเป็นรูปร่างและได้นำมาใช้รายงานสถานการณ์น้ำในปัจจุบันนี้
โดย น้องธีร์ เผยว่า มีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีจากการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยเคยเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันด้านหุ่นยนต์และนวัตกรรมที่ประเทศไต้หวัน ก่อนจะผ่านเป็นตัวแทนทวีปเอเชีย เข้าไปแข่งขันระดับโลกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และสามารถทำผลงานติดอันดับท็อป 6 ของการแข่งขัน.