เทศบาลตำบลท่าเรือ ที่อยุธยา “ปักธงแดง” หลังแม่น้ำป่าสักสูง เหลืออีก 10 ซม. จ่อล้นตลิ่ง ที่ตลาดสด พ่อค้าแม่ค้าเร่งย้ายของหนีน้ำ ชาวบ้านบอกเป็นเสียงเดียวกัน น้ำมาเร็วและเพิ่มระดับไวกว่าทุกปี

วันที่ 29 กันยายน 2569 สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะชุมชนริมคลอง ริมแม่น้ำ สายต่างๆ ถนนในชุมชนริมแม่น้ำเริ่มถูกตัดขาด หลังเขื่อนเจ้าพระยาแจ้งปรับการระบายน้ำท้ายเขื่อน 1,950 ลบ.ม./วินาที ประกอบกับฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ได้รับผลกระทบเพิ่มเป็น รวม 11 อำเภอ 146 ตำบล 881 หมู่บ้าน 35 ชุมชน 34,138 ครัวเรือน ดังนี้ อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอบางไทร อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน อำเภอบางปะหัน อำเภอลาดบัวหลวง อำเภอนครหลวง อำเภอวังน้อย และ อำเภออุทัย เสียชีวิต 1 ราย อำเภอเสนา

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ล่าสุดเริ่มมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น หลังเขื่อนพระราม 6 ตำบลท่าหลวง อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากแม่น้ำป่าสักลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทบชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำในพื้นที่ อำเภอท่าเรือ อำเภอนครหลวง และ อำเภอพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำป่าสักที่ต้องเร่งเตรียมรับมือ


ที่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลท่าเรือ ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำป่าสัก เจ้าหน้าที่ได้นำธงสีแดงมาปักไว้เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในชุมชนริมแม่น้ำและพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ ให้เร่งขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นไว้ในที่สูง หลังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนเหลืออีกประมาณ 10 เซนติเมตร จะเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบริเวณลานด้านหน้าสำนักงานเทศบาล ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ทยอยเดินทางมาติดตามสถานการณ์และตรวจสอบระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง

ด้านเทศบาลตำบลท่าเรือได้เตรียมกระสอบทรายสำหรับเสริมแนวป้องกันน้ำ รวมถึงจัดเตรียมเรือไว้สำหรับให้ประชาชนในเขตเทศบาลที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใช้ในการเดินทางและขนย้ายสิ่งของ หากสถานการณ์น้ำเพิ่มสูงขึ้น

ขณะเดียวกัน ที่ตลาดสดท่าเรือ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างเร่งขนย้ายสินค้าและอุปกรณ์การค้าจากร้านออกจากพื้นที่ หลังได้รับประกาศแจ้งเตือนเรื่องสถานการณ์น้ำ โดยเทศบาลตำบลท่าเรือได้จัดเตรียมพื้นที่ตลาดชั่วคราวไว้รองรับ เพื่อให้ผู้ค้าสามารถย้ายออกไปจำหน่ายสินค้าได้ในช่วงที่ตลาดเดิมได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

นางสาวบี อายุ 38 ปี แม่ค้าขายกับข้าวในตลาด เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำเริ่มส่งผลกระทบต่อพ่อค้าแม่ค้าแล้ว โดยผู้ค้าได้รับแจ้งเตือนเรื่องน้ำท่วมและต้องเร่งเก็บข้าวของ รวมทั้งขนย้ายสินค้าออกจากตลาดตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา เนื่องจากระดับน้ำทยอยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผู้ค้าระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี แต่ปีนี้ระดับน้ำมาเร็วกว่าปกติ ทำให้ต้องเร่งเตรียมตัวรับมือและย้ายสินค้าออกไปจำหน่ายยังพื้นที่อื่นเป็นการชั่วคราว เช่น ตลาดเกาะลอย เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับสินค้าและอุปกรณ์การค้า


นายวสันต์ คชประภา อายุ 28 ปี พ่อค้าที่ขายของบริเวณหน้าบ้านใกล้ตลาดท่าเรือ กล่าวว่า บ้านตนเองเป็นบ้านแรก ช่วงแรกยังไม่ได้ขนย้ายข้าวของ เนื่องจากคิดว่าระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงผลจากฝนตกทั่วไป แต่ปรากฏว่าภายในเวลาเพียง 2 – 3 วัน ระดับน้ำในคลองเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่อยู่อาศัย ทำให้ต้องรีบขนย้ายทรัพย์สินและเตรียมหาที่พักชั่วคราว

นายวสันต์ กล่าวต่อว่า หลังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ประสบภัยบางรายต้องเร่งหาที่พักชั่วคราว รวมถึงติดต่อจองพื้นที่ตลาดแห่งใหม่ เช่น ตลาดสุวรรณเกลียวทองท่าเรือ เพื่อใช้เป็นจุดตั้งแผงค้าขายและประกอบอาชีพต่อไป ส่วนตนเองขายของอยู่บริเวณหน้าบ้านซึ่งติดกับตลาด จึงอยู่ในกลุ่มผู้ค้าที่ต้องรอการจัดสรรพื้นที่จากเทศบาล โดยอาจต้องรอให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาดเดิมได้รับพื้นที่ก่อน

ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ต่างสะท้อนตรงกันว่า สถานการณ์น้ำปีนี้มีความผิดปกติจากหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่มักค่อยๆ เพิ่มขึ้น ทำให้ชาวบ้านมีเวลาเตรียมตัวและขนย้ายทรัพย์สิน แต่ครั้งนี้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว จนหลายครอบครัวต้องเร่งขนย้ายสิ่งของกันในช่วงกลางคืน เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง