น้ำท่วมอยุธยา พบศพลอยน้ำติดใต้โป๊ะริมแม่น้ำป่าสัก ใกล้ท่าน้ำวัดสุวรรณดาราม เป็นชายสวมเสื้อคอกลมสีน้ำตาล ด้านหลังเสื้อสกรีนเป็นรูปการ์ตูนรถตู้และภูเขา เร่งตรวจสอบหาญาติ
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 กันยายน 2569 ร.ต.ท.วิทวัส อ่อนเอิง รองสารวัตรสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุพบชายลอยน้ำเสียชีวิต ติดอยู่บริเวณใต้โป๊ะร้านอาหารริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง ใกล้ท่าน้ำวัดสุวรรณดารามราชวรวิหาร ตำบลหอรัตนชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธศวรรย์
ที่เกิดเหตุบริเวณแม่น้ำป่าสัก พบศพชาย 1 ราย อายุประมาณ 50 ปี อยู่ในลักษณะนอนคว่ำหน้า ติดอยู่ใต้โป๊ะ สวมเสื้อคอกลมสีน้ำตาล ด้านหลังเสื้อสกรีนเป็นรูปการ์ตูน รถตู้ และภูเขา สวมกางเกงยีนส์สามส่วน สภาพศพเริ่มขึ้นอืด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2-3 วัน
ก่อนที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิ ใช้เรือยนต์นำร่างผู้เสียชีวิตมาขึ้นบริเวณท่าน้ำวัดสุวรรณดารามราชวรวิหาร ได้นำร่างขึ้นจากน้ำเพื่อตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบบาดแผลที่บ่งชี้ถึงการถูกทำร้าย
จากการสอบถามพนักงานร้านอาหาร ทราบว่า ช่วงสายที่ผ่านมา ตนเองไปยืนติดธงบริเวณท่าโป๊ะริมแม่น้ำ และสังเกตเห็นร่างคล้ายผู้เสียชีวิตลอยน้ำมาติดอยู่กับโป๊ะ จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าตรวจสอบ
ด้านนายวีระยุทธ ยะสาย ปลัดอำเภอพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เดินทางมาตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุประมาณ 50 ปี สวมเสื้อคอกลมสีน้ำตาลและกางเกงยีนส์สามส่วน โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นในพื้นที่ใกล้เคียง ยังไม่พบว่ามีผู้มาแจ้งบุคคลสูญหายที่ตรงกับลักษณะดังกล่าว
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้บันทึกภาพและตรวจสอบจุดเกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมประสานตรวจสอบไปยังสถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียงว่ามีการแจ้งบุคคลสูญหายหรือไม่ ขณะที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธศวรรย์ได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด และดำเนินการติดตามหาญาติต่อไป
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าการเสียชีวิตดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำหรือไม่ ต้องรอผลการชันสูตรและการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการพบศพลอยน้ำรายแรกในพื้นที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา ในช่วงที่สถานการณ์ระดับน้ำในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยากำลังได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด.