ที่กาญจนบุรี ฝนยังตกต่อเนื่อง เตือน 4 ตำบล อ.ทองผาภูมิ เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก-ดินโคลนถล่ม ที่ อ.ไทรโยค กระบะถูกน้ำซัด ช่วย 3 ชีวิตหนีตาย รอดหวุดหวิด

วันที่ 27 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ ตำบลลิ่นถิ่น ตำบลปิล๊อก ตำบลห้วยเขย่ง และตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี หลังยังมีฝนตกต่อเนื่อง โดยช่วง 1-2 วันนี้ ขอให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ลาดเชิงเขา 

ขณะเดียวกัน จังหวัดกาญจนบุรี โดย นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี มอบหมายให้ นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในอำเภอบ่อพลอย พบหลายจุดยังสามารถระบายน้ำได้ แต่บางพื้นที่มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งเล็กน้อย โดยเฉพาะตำบลหลุมรัง ซึ่งมีจุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซากบริเวณจุดวัดน้ำ K49 สะพานยางสูง หมู่ที่ 4 ตำบลหลุมรัง พบระดับน้ำเอ่อล้นขอบตลิ่งเล็กน้อย แต่ยังไม่กระทบการสัญจร ส่วนสะพานหนองขาม หมู่ที่ 3 เจ้าหน้าที่ได้ใช้รถแบ็กโฮกำจัดกิ่งไม้และเศษขยะ เปิดทางน้ำ ทำให้การระบายน้ำดีขึ้น


ส่วนตำบลหนองรี บริเวณหมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 5 ซึ่งรับน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำอีซูและอ่างเก็บน้ำกระพร้อย ขณะนี้สถานการณ์ยังปกติ แต่ยังต้องติดตามระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับตำบลบ่อพลอย หนองกุ่ม และช่องด่าน ที่ยังมีบางจุดต้องเฝ้าระวัง

ที่บ้านประจำไม้ ม.4 ตำบลห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำจนปัจจุบัน มีน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ติดลำห้วย และฝายชะลอน้ำ และ บ้านหินแหลม ต.ท่าขนุนมีน้ำท่วมขังด้วย เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งช่วยอพยพประชาชนและสิ่งของที่ถูกน้ำท่วมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น


นอกจากนี้ มีรายงานว่า นายเจษฎา ประทีป พนักงานฉุกเฉินการแพทย์ มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ จุดศรีมงคล ระบุ เกิดเหตุรถยนต์กระบะของชาวบ้านถูกกระแสน้ำพัดจากถนนจมหายไปในพื้นที่ห้วยตาสด (หนองกระดูกช้าง) บ้านหนองศรีมงคล หมู่ 4 ต.ศรีมงคล อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี โดยคนขับและผู้โดยสารที่มาด้วยกันเป็นครอบครัวเดียวกันเป็นชาย รวม 3 คน 

จุดเกิดเหตุกระแสน้ำไหลเชี่ยวและรุนแรงน้ำสูงระดับเอว หลังเกิดเหตุทั้ง 3 รายติดอยู่ภายในรถต้องปีนออกมาเกาะต้นไม้เอาไว้ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านสามารถช่วยเหลือเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที ส่วนรถยนต์ยังคงจมอยู่ในน้ำ ซึ่งต้องรอจนกว่าปริมาณน้ำลดลงจึงจะกู้ซากขึ้นมาได้


ส่วนที่ชุมชนบ้านปากแซง เขตเทศบาลตำบลน้ำตกไทรโยคน้อย อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ริมแม่น้ำแควน้อย พบว่าระดับน้ำสูงท่วมบ้านเรือนพี่น้องประชาชน รีสอร์ทและแพพักริมน้ำ ปริมาณน้ำสูงขึ้นกว่าปกติถึง 5-6 เมตร เท่ากับปริมาณน้ำที่เคยท่วมเมื่อปี 2567 ชาวบ้านขนของขึ้นไว้บนทุ่นแพและก็ทยอยขนขึ้นมาไว้บนฝั่ง

โดยมี ดาบตำรวจ รักประสงค์ แสนสม นายกเทศมนตรีตำบลน้ำตกไทรโยคน้อย นำเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าช่วยเหลือขนของให้กับชุมชนปากแซงมาไว้ที่สูง โดยได้จัดเตรียมเต็นท์ไว้เป็นศูนย์ช่วยเหลือ พร้อมประสานให้มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี นำเรือมาร่วมช่วยเหลือ พร้อมขึ้นเรือไปสำรวจพื้นที่น้ำท่วมและให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่ที่รีสอร์ทและแพพักบริเวณดังกล่าวโดยนำออกมาได้บางส่วน จะมีเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทและโรงแรม เฝ้าดูสถานการณ์แม่น้ำแควน้อย

เจ้าของธุรกิจรีสอร์ทและแพพักได้เปิดเผยถึงนาทีระทึก ว่ามีการเฝ้าระวังอยู่แล้ว แต่เมื่อคืนนี้ ช่วงเวลา 02.00 น. ปริมาณน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นจึงได้แจ้งให้ลูกค้าทยอยออกจากแพพักริมน้ำเพื่อย้ายไปอยู่ในที่ปลอดภัยและเดินทางกลับ ไม่คิดเลยว่าปีนี้น้ำจะท่วมสูงและมาเร็วมากจนตั้งตัวไม่ทัน รีสอร์ทเสียหายหนักมาก