ผู้ใหญ่บ้าน ขับรถตู้พุ่งชนพ่วงข้างขายปลาหมึกดับ 1 สาหัส 1 เข้าพบตำรวจไทรน้อย ยันไม่ได้เมา หลังเกิดเหตุไม่ได้หลบหนี พร้อมรับผิดชอบดูแลผู้สูญเสีย
จากกรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ เมื่อรถตู้พุ่งชนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของ น.ส.พิมพ์พิชชา ปานภู่ อายุ 31 ปี และนายศิธาธร ต้นเจริญ อายุ 31 ปี สองสามีภรรยา ขณะกำลังจอดขายปลาหมึกย่างและลูกชิ้นปิ้ง บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ถนนลาดปลาดุก ตำบลหนองเพรางาย อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี เป็นเหตุให้ น.ส.พิมพ์พิชชา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนนายศิธาธรได้รับบาดเจ็บสาหัส
ซึ่งในจังหวะนั้น มีคลิปจากพลเมืองดี ที่บันทึกเหตุการณ์ขณะที่ผู้ก่อเหตุซึ่งสวมเสื้อมีโลโก้คล้ายหน่วยงานรัฐ พยายามเดินหนีออกจากพื้นที่ เพื่อตามให้มารับผิดชอบ โดยผู้ก่อเหตุอ้างว่า ก็ลงมาดูแล้ว และเห็นว่าตายแล้ว โดยมีพลเมืองดีเดินตามถ่ายคลิป
โดยนางส้มแป้น แม่ของ น.ส.พิมพ์พิชชา ระบุว่า ลูกสาวกับลูกเขย เป็นเสาหลักของครอบครัว คอยดูแลแม่ และลูกอีก 3 คน อายุ 6 ขวบ, 8 ขวบ และ 16 ปี โดยตนไม่มีรายได้อะไร มีรายได้จากลูกสาว และลูกเขยจากการขายปลาหมึกย่างวันละ 1,000 - 2,000 บาท หลังเหตุการณ์ครั้งนี้ ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และอยากให้มารับผิดชอบทุกๆ อย่างเลย
ส่วนเพื่อนของผู้บาดเจ็บ เล่าว่า หลังเกิดเหตุเพื่อนทักแชตมาขอความช่วยเหลือ พอโทรกลับมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยรับสาย จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาล บอกว่าช่วงแรก เพื่อนยังเรียกหาเมียตลอด แต่พอถึงโรงพยาบาล กลับพบว่าจำอะไรที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุไม่ได้เลย หลังจากนี้ อยากทวงความยุติธรรมให้คนทั้งสองคน
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 กันยายน 2569 ที่ สภ.ไทรน้อย นายพีรพงศ์ อายุ 39 ปี ผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นคนขับรถตู้คู่กรณี ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ไทรน้อย เพื่อสอบปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาตามขั้นตอนทางกฎหมาย
นายพีรพงศ์ เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังขับรถมาตามทางปกติ แต่เนื่องจากมีฝนตกหนักและทัศนวิสัยมืด ประกอบกับมีรถบรรทุก 10 ล้อกำลังเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมัน ทำให้มองไม่เห็นทางข้างหน้าอย่างชัดเจน เมื่อเห็นรถบรรทุกในระยะกระชั้นชิดจึงพยายามแตะเบรกและหักหลบ ทำให้รถเสียหลักไถลไปชนเข้ากับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างคู่กรณีอย่างแรง
นายพีรพงศ์ ยืนยันว่า ตนขับมาด้วยความเร็วระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ หรือมีอาการเมาสุราอย่างแน่นอน หลังเกิดเหตุตนไม่ได้หลบหนีไปไหน ได้ลงมาจากรถเพื่อดูผู้บาดเจ็บและโทรศัพท์แจ้งญาติ ซึ่งขณะนั้นผู้บาดเจ็บยังพอรู้สึกตัว
"อยากขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากใจจริง เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก มันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่ทันตั้งตัวและไม่มีใครอยากให้เกิด ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูก รู้สึกเสียใจจริงๆ และพร้อมที่จะเข้ามารับผิดชอบดูแลครอบครัวผู้เสียหายอย่างเต็มที่"
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.ไทรน้อย ได้ทำการสอบปากคำอย่างละเอียด พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต, กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และทรัพย์สินเสียหาย แก่ นายพีรพงศ์ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป