ชาวบ้านเดินฝ่าฝน ระยะทาง 9 กม. แบกยายอายุกว่า 90 ปี ซึ่งป่วยติดเตียง จากพื้นที่ห่างไกล ออกมาขึ้นรถ เพื่อไปยืนยันตัวตน ทำบัตรเอทีเอ็ม ที่ธนาคารในอำเภอ
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ใกล้ตา แต่ ไกลตีน” ของผช.วัฒน์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเกาะสะเดิ่ง โพสต์เรื่องราวสุดประทับใจ หลังทีมผู้นำชุมชน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เจ้าหน้าที่ไฟป่า อสม. และชาวบ้านในพื้นที่บ้านเกาะสะเดิ่ง หมู่ 3 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ช่วยกันนำ นางเซอะปวย ทองผาชะง่อน อายุ 90 ปีเศษ ผู้สูงอายุป่วยติดเตียง ออกจากพื้นที่ห่างไกล เพื่อไปทำธุรกรรมที่ธนาคารกรุงไทย สาขาสังขละบุรี
เหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อบัตรเอทีเอ็ม ของนางเซอะปวยไม่สามารถใช้ทำธุรกรรมผ่านตู้ได้ ทำให้จำเป็นต้องเดินทางไปยืนยันตัวตนกับเจ้าหน้าที่ธนาคารด้วยตนเอง เนื่องจากเงินดังกล่าว เป็นเงินที่ลูกหลานนำมาให้เป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลคุณยายในแต่ละเดือน
แต่ด้วยสภาพพื้นที่และอาการป่วยของหญิงชรา ทำให้ไม่สามารถเดินทางออกมาได้ตามปกติ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านจึงต้องนำตัวขึ้นเปล ก่อนช่วยกันแบกหามเดินเท้าจากบ้านเกาะสะเดิ่งไปยังบ้านกองม่องทะ ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรถยนต์เดินทางต่อเข้าสู่ตัว อ.สังขละบุรี
สำหรับบ้านเกาะสะเดิ่งตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก รถยนต์ไม่สามารถเข้าออกได้ นอกจากใช้รถจักรยานยนต์เท่านั้น หรือถ้าน้ำป่าไหลหลากก็ไม่สามารถใช้รถจักรยานยนต์ได้ นอกจากเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น เป็นพื้นที่ห่างไกลและมีเส้นทางเข้า-ออกค่อนข้างลำบาก โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน การนำผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุออกจากหมู่บ้านเพื่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสังขละบุรี จึงมักต้องใช้วิธีแบกหามเช่นเดียวกัน และกลายเป็นภารกิจที่คนในพื้นที่คุ้นเคยกันดี
ภายหลังเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ มีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมความร่วมมือของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่ช่วยกันดูแลผู้สูงอายุ พร้อมเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำปัญหาของพื้นที่ห่างไกลไปพิจารณาหาแนวทางอำนวยความสะดวก เช่น การจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ เพื่อช่วยลดภาระการเดินทางของผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงในชุมชน.