บริษัทฯ ที่จัดการเรื่องสุสาน เข้าทำการขุดศพในสุสานยิวบางคล้า จำนวน 4 ร่าง ก่อนใช้รถตู้เคลื่อนร่างไปฝังที่สุสานในชลบุรี โดยห้ามไม่ให้ใครยุ่งเกี่ยวในพิธี

กรณีสุสานยิว (Jewish Cemetery Thailand) ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ไม่ได้รับการต่อใบอนุญาต ซึ่งต่อมาตัวแทนบริษัทฯ ที่เคยได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสุสาน ออกมาระบุว่า ได้รับทราบคำสั่งในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและเคลื่อนย้ายศพออกจากพื้นที่แล้ว โดยจะเร่งดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและเคลื่อนย้ายศพเพื่อนำไปฝังหรือเก็บรักษา ณ สุสานในอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 16 กันยายน 2569 โดยสุสานแห่งนี้มีใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินการสุสาน และฌาปนสถาน อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด เวลาประมาณ 11.30 น. วันที่ 15 ก.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบรถตู้จำนวน 4 คัน มีการขนร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ศพ ออกมาทางด้านหน้าสุสาน JEWISH CEMETERY THAILAND หมู่ที่ 2 ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางคล้า เจ้าหน้าที่กองร้อยอาสาบางคล้า ดูแลงานจราจรและกันชาวบ้าน ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกเพื่อเปิดทางให้รถทุกคันออกมาจากด้านในโดยราบรื่น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.30 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ทำการขุดบริเวณหลุมที่ไม่มีการโบกปูน แต่ไม่พบร่างผู้เสียชีวิต จึงต้องใช้รถแบ็กโฮ แหวกหลุมจนพบว่า มีการขุดหลุมทำบล็อกสำหรับฝังศพอีกเกือบ 10 หลุม และไปพบว่า ศพแรกไม่ได้อยู่ในหลุมที่โบกปูน แต่อยู่ห่างออกไปประมาณ 5 เมตร

ซึ่งระหว่างการดำเนินการที่ภายในสุสานดำเนินการขุดศพ โดยมีเจ้าพิธี ได้มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทราบว่าแต่ละหลุมมีความลึกประมาณ 200 เซนติเมตร มีน้ำฝนที่ลงมาผสมท่วมขัง มีกลิ่นคล้ายน้ำส้มบูดคลุ้งไปทั่ว ก่อนที่จะสามารถขุดร่างได้ครบ ทั้ง 4 ศพ

ด้านกำนันตำบลเสม็ดใต้ บอกว่า รู้สึกสบายใจขึ้นที่มีการขุดศพทั้ง 4 ออกไป แต่ก็อยากให้มีการเกลี่ยหลุมทุกหลุมที่ใช้สำหรับฝังศพให้เรียบร้อย โดยในช่วงที่มีการขุดร่างนั้น ทางเจ้าหน้าที่ระบุว่า มีข้อตกลงกับทางบริษัทฯ ว่า ห้ามใครมายุ่งในระหว่างทำพิธีขุดร่าง เพราะเป็นเรื่องของศาสนา ไม่เช่นนั้นจะยุติการขุดย้ายศพ


ด้าน นายโกศล อินทรศร จ่าจังหวัดฉะเชิงเทรา เผยว่า ด้วยทางบริษัทมีการประสานมาทางอำเภอบางคล้า เมื่อช่วงบ่ายของเมื่อวานนี้ ว่าจะดำเนินการเข้าย้ายศพในสุสานเสม็ดใต้ วันที่ 16 กันยายน แต่มีการเปลี่ยนแปลงมาเป็น เวลา 05.00 น. ของวันนี้

ทั้งนี้ จังหวัดฉะเชิงเทราจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่ ระเบียบและกฎหมาย รวมถึงข้อสั่งการของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยอย่างเคร่งครัดในการให้ตรวจสอบการออกใบอนุญาตสุสาน พร้อมติดตามความเรียบร้อยของพื้นที่ภายหลังการเคลื่อนย้ายต่อไป