กรมการปกครอง แจงข้อเท็จจริง กรณีสุสานยิว ด้านตัวแทนบริษัทฯ ที่เคยได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสุสาน พร้อมย้าย 4 ศพที่บางคล้า ไปสุสานที่ชลบุรี ซึ่งมีใบอนุญาตถูกต้อง ภายใน 16 ก.ย. 69 นี้
วันที่ 15 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีสุสานยิว (Jewish Cemetery Thailand) ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ล่าสุด กรมการปกครองชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นการไม่ต่อใบอนุญาตจัดตั้งสุสาน ข้อมูลผู้เสียชีวิต และมาตรการเคลื่อนย้ายศพ โดยระบุว่า ตามที่มีประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินงานของสุสานและฌาปนสถาน JEWISH CEMETERY THAILAND ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา นั้น กระทรวงมหาดไทย โดย นายพลพีร์ สุวรรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 จึงขอชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้
สำหรับรายละเอียดการได้มาของใบอนุญาต ปี 2564 และการไม่ต่อใบอนุญาต ปี 2567 การอนุญาตให้จัดตั้งครั้งแรก (ปี พ.ศ. 2564) บริษัท กาน ชาบาด จำกัด ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสุสานเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2564 โดยใช้โฉนดที่ดินเลขที่ 1515 เนื้อที่ 15-2-86 ไร่ ในขณะนั้นการตรวจสอบสภาพพื้นที่พบว่าสถานที่ตั้งอยู่ห่างจากทางหลวงหมายเลข 304 ประมาณ 15 กิโลเมตร ส่วนถนนสายสนามช้าง-หนองโสน ที่อยู่ด้านหน้ายังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นทางหลวงท้องถิ่น และองค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดใต้ได้มีหนังสือรับรองว่าที่ดินดังกล่าวไม่ติดคลองสาธารณประโยชน์ ซึ่งถือว่าเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2543
การไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต (ปี พ.ศ. 2567) บริษัทฯ ได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2566 ต่อมา คณะกรรมการกลั่นกรองฯ อำเภอบางคล้า ได้ตรวจสอบพื้นที่ และมีมติไม่ต่อใบอนุญาตในปี 2567 เนื่องจากพบว่าสภาพแวดล้อมทางกฎหมายและกายภาพเปลี่ยนไป จนขัดต่อกฎกระทรวงฯ ข้อ 4 (4) ได้แก่ ระยะห่างจากแหล่งน้ำ ตรวจพบว่ากำแพงสุสานอยู่ห่างจาก "คลองใหม่" ซึ่งผู้นำท้องถิ่นยืนยันว่าเป็นคลองสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ระบายน้ำและทำการเกษตรเพียง 187 เมตร ซึ่งผิดหลักเกณฑ์สถานที่ตั้งต้องอยู่ห่างจากทางน้ำซึ่งประชาชนใช้ในการจราจรสาธารณะ ห้วย แม่น้ำ อย่างน้อยสี่ร้อยเมตร เว้นแต่ในกรณีที่มีการป้องกันมิให้กลิ่นและสิ่งปฏิกูลรั่วไหล สถานที่ตั้งนั้นจะต้องอยู่ห่างจากทางน้ำไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยเมตร
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งให้จังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงบุคคล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาตจัดตั้งครั้งแรก และการไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ โดยให้รายงานข้อเท็จจริงให้กระทรวงมหาดไทยภายใน 30 วัน
ขณะที่รายละเอียดของศพที่ฝังอยู่ในสุสาน จำนวน 4 ศพ จากการตรวจสอบพื้นที่สุสาน พบว่าจุดที่มีลักษณะเป็นหลุมฝังศพรวม 4 หลุม โดย 3 หลุม เป็นหลุมคอนกรีตพร้อมป้ายประจำหลุมแบบถาวร และอีก 1 หลุม ยังไม่ได้เทคอนกรีตและใช้ป้ายชั่วคราวเขียนด้วยลายมือภาษาฮีบรู และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจากใบมรณบัตร เอกสารแจ้งตาย และหนังสือเดินทางของผู้เสียชีวิต มีข้อมูลดังต่อไปนี้
หลุมที่ 1 เพศชาย สัญชาติอิสราเอล (ดำเนินการฝังในช่วงที่มีใบอนุญาตสุสาน) เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 (ค.ศ. 2023) หลุมที่ 2 เพศชาย สัญชาติอิสราเอล (ดำเนินการฝังในช่วงที่ไม่มีใบอนุญาตสุสาน) เสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 (ค.ศ. 2025) หลุมที่ 3 เพศชาย สัญชาติอิสราเอล (ดำเนินการฝังในช่วงที่ไม่มีใบอนุญาต) เสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 (ค.ศ. 2026) และ หลุมที่ 4 เพศหญิง สัญชาติบริติช (สหราชอาณาจักร) (ดำเนินการฝังในช่วงที่ไม่มีใบอนุญาต) เสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 (ค.ศ. 2026)
ทั้งนี้การตรวจสอบดังกล่าวเป็นการตรวจสภาพพื้นที่และข้อมูลที่ปรากฏบนป้ายประจำหลุม ประกอบข้อมูลใบมรณบัตร เอกสารแจ้งตาย และหนังสือเดินทางของผู้เสียชีวิต ยังไม่ใช่การพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันตัวบุคคลได้อย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม มีคำสั่งรื้อถอน ตามคำสั่งจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ 2037/2569 ลงวันที่ 7 กันยายน 2569 อำเภอบางคล้า ได้มีหนังสือแจ้งคำสั่งลงวันที่ 8 กันยายน 2569 ให้ บริษัท กาน ชาบาด จำกัด ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และเคลื่อนย้ายศพออกจากพื้นที่ภายใน 7 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง
การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและเคลื่อนย้ายศพ นายโจเชฟ เฮม แคนเตอร์ ตัวแทนบริษัทฯ ได้ทำหนังสือลงวันที่ 14 กันยายน 2569 แจ้งนายอำเภอบางคล้าว่า บริษัท กาน ชาบาด จำกัด ได้รับทราบคำสั่งดังกล่าวแล้ว และจะเร่งดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและเคลื่อนย้ายศพเพื่อนำไปฝังหรือเก็บรักษา ณ สุสานในอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 16 กันยายน 2569 โดยสุสานแห่งนี้มีใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินการสุสาน และฌาปนสถาน อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ทั้งนี้ นายพลพีร์ สุวรรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีข้อสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ดำเนินการ ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในเรื่องการเคลื่อนย้ายศพออกจากพื้นที่ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเตรียมการเคลื่อนย้ายอย่างเหมาะสมควบคู่กับปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม และให้จังหวัดฉะเชิงเทรารายงานความคืบหน้าของการดำเนินการต่อสาธารณะเป็นระยะจนกว่าบริษัทจะดำเนินการเสร็จสิ้น