ลูกศิษย์-ไวยาวัจกรวัดจุฬามณี โต้ดราม่า หลังโดนโยงเป็น “วัดดังอัมพวา” ยันไม่เคยขอให้คนนอกสร้างวัตถุมงคล


จากกระแสสะเทือนผ้าเหลืองของ “สมีโชติ-สีกาเอ๋” ลามสู่ดราม่า “วัดดังอัมพวา” จ.สมุทรสงคราม ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโลกออนไลน์ แม้ว่าข้อมูลจากต้นทางจะไม่ได้ระบุชื่อวัดอย่างชัดเจน แต่หลายคนได้พุ่งเป้ามายัง "วัดจุฬามณี" เนื่องจากเป็นวัดชื่อดังนั้น

ล่าสุดเช้าวันนี้ (14 ก.ย. 2569) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดจุฬามณี ต.บางช้าง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าบรรยากาศภายในวัดยังคงเป็นไปตามปกติ เจ้าหน้าที่และลูกศิษย์วัดต่างปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ 

ขณะที่ประชาชนยังเดินทางมากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยช่วงวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ยังคงมีผู้เดินทางเข้าวัดจำนวนมาก ส่วนวันธรรมดามีประชาชนบางตาลง ประกอบกับช่วงนี้มีฝนตกต่อเนื่อง

นายวิวรรธ โตเหมือน ไวยาวัจกรวัดจุฬามณี กล่าวว่า จากข้อความที่มีการเผยแพร่และระบุเพียงว่าเป็นวัดดังในพื้นที่ภาคกลาง หรือ อำเภออัมพวานั้น ส่วนตัวยังไม่เชื่อว่าจะหมายถึงวัดจุฬามณี เพราะในภาคกลางมีวัดที่มีชื่อเสียงและมีประชาชนเดินทางไปกราบไหว้จำนวนมากหลายแห่ง

สำหรับกระแสที่กล่าวถึงการขอให้บุคคลภายนอกจัดสร้างวัตถุมงคลนั้น ตลอดระยะเวลาที่ตนเข้ามาทำหน้าที่ไวยาวัจกรและใกล้ชิดกับวัด ไม่เคยรับรู้หรือพบว่าวัดจุฬามณีไปขอให้บุคคลภายนอกจัดสร้างวัตถุมงคลให้ โดยแนวทางของวัดคือ หากมีการจัดสร้างวัตถุมงคล วัดจะเป็นผู้ดำเนินการเอง และต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบของคณะสงฆ์ รายได้จากการจัดสร้างต้องมีวัตถุประสงค์ชัดเจน เช่น ใช้บูรณปฏิสังขรณ์วัด สนับสนุนกิจการพระพุทธศาสนา หรือดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล

นายวิวรรธ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาอาจมีหน่วยงานหรือองค์กรสาธารณประโยชน์เข้ามาขออนุญาตจัดสร้างวัตถุมงคล เพื่อนำรายได้ไปสมทบทุนกิจกรรมขององค์กรหรือกิจกรรมทอดกฐินสามัคคี ซึ่งหากมีวัตถุประสงค์ชัดเจน จำนวนการจัดสร้างแน่นอน และเจ้าอาวาสพิจารณาแล้วเห็นสมควร จึงอาจอนุญาตเป็นกรณีไป แต่ไม่เคยอนุญาตให้บุคคลทั่วไปจัดสร้างเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

ด้านนายธันยบูรณ์ ชูสวัสดิ์ อายุ 41 ปี ลูกศิษย์วัด กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่ากระแสดราม่าโยงมาถึงวัดได้อย่างไร แต่หากย้อนไปช่วงหลายปีก่อน เคยเห็นบุคคลภายในวัดพาคณะบุคคลภายนอกประมาณ 4–5 คน เข้ามาพบหลวงพ่อ เพื่อขออนุญาตจัดสร้างวัตถุมงคลบางอย่าง โดยมีการพูดคุยกันระยะหนึ่ง แต่หลวงพ่อไม่อนุญาตให้ดำเนินการ ก่อนที่คณะดังกล่าวจะเดินทางกลับไป

ด้านนายธันยบูรณ์ กล่าวว่า ตนอยู่ในเหตุการณ์และเห็นว่ามีคนเข้ามาขอจัดสร้างจริง แต่หลวงพ่อปฏิเสธไป ส่วนเรื่องที่เกิดเป็นกระแสในขณะนี้จะเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ผมยืนยันไม่ได้ เป็นเพียงข้อสังเกตส่วนตัว เพราะยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยง แต่ผมยืนยันว่าหลวงพ่อเป็นพระที่มีน้ำใจและช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด

นายกนกเดช ลิขิตวัฒนเศรษฐ อายุ 51 ปี ไวยาวัจกรวัดจุฬามณี กล่าวว่า หลังเกิดกระแสข่าวและมีผู้พยายามเชื่อมโยงมายังวัดจุฬามณี คนภายในวัดยังไม่มีข้อมูลว่าเรื่องดังกล่าวหมายถึงใครหรือเกี่ยวข้องกับวัดหรือไม่ ทุกคนยังคงทำหน้าที่ตามปกติ ส่วนเจ้าอาวาสยังปฏิบัติศาสนกิจและกิจวัตรประจำวันตามปกติ รวมถึงพบปะประชาชนที่เดินทางมากราบไหว้

นายกนกเดช กล่าวว่า กระแสข่าวไม่ได้ทำให้กิจกรรมภายในวัดหยุดชะงัก ช่วงวันหยุดยังมีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมากตามปกติ ส่วนช่วงวันธรรมดาหรือวันที่มีฝนตก ผู้เดินทางอาจลดลงบ้าง แต่ภาพรวมยังไม่มีความผิดปกติ

ตนอยากฝากถึงประชาชนว่า เมื่อได้รับข่าวสารควรตรวจสอบข้อมูลให้ครบทุกด้าน หากมีข้อมูลข้อเท็จจริงก็ควรเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด หากสงสัยเรื่องใดสามารถเข้ามาติดต่อสอบถามทางวัดได้ ไม่ควรด่วนสรุปจากข้อมูลเพียงด้านเดียว

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้โพสต์ต้นเรื่องยังไม่ได้เปิดเผยชื่อพระหรือชื่อวัดอย่างตรงไปตรงมา การเชื่อมโยงว่าวัดหรือบุคคลใดเกี่ยวข้องจึงยังเป็นเพียงการคาดเดาบนโลกออนไลน์ ต้องรอข้อมูลและหลักฐานที่ชัดเจนจากผู้โพสต์ รวมถึงคำชี้แจงจากผู้ถูกกล่าวถึงต่อไป.