เพื่อนบ้านให้ข้อมูล อ้างแม่ของ "สีกาเอ๋" อวดลูกสาวมีบ้าน 2 หลัง ใช้เวลาผ่อนแค่ประมาณ 3 ปี ซื้อฟอร์จูนเนอร์ป้ายแดงด้วยเงินสด เล่าเคยมีครอบครัว แต่เลิกไปแล้ว เพราะถูกหลอกจนสูญเงิน 30 ล้าน

จากกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้าน ของ น.ส.ปุณยวีร์ รุ่งเรือง หรือ “สีกาเอ๋” อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 30/2569 (ลงวันที่ 8 ก.ย. 69) ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยภายหลังตรวจค้นที่บ้านพัก พบทรัพย์สินจำนวนมาก ทั้ง พระเครื่องเนื้อทองคำ ทองคำแท่งและทองรูปพรรณ รวม 90 บาท คิดเป็นราคา 6,037,470 บาท เงินสด 3,592,300 บาท โฉนดที่ดิน และ สลากออมสินตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 กันยายน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายธนวัตน์ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของสีกาเอ๋ เล่าว่า เคยพบหน้าสีกาคนดังกล่าว แต่จะกลับมาที่บ้านไม่บ่อย โดยเฉลี่ยประมาณ 3 เดือนต่อครั้ง และจากที่สังเกตเห็น ก่อนหน้านี้สีกาคนดังกล่าวใช้รถยนต์คันเก่า ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้รถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ป้ายแดงได้ไม่นาน ส่วนตัวไม่ได้มีโอกาสพูดคุยหรือสัมผัสโดยตรง เพราะส่วนใหญ่จะพบเพียงมารดาของสีกาที่อาศัยอยู่ในบ้าน พร้อมหลานสาว 1 คน ซึ่งสีกาเอ๋ซื้อบ้านหลังดังกล่าวก่อนที่ตนจะย้ายเข้ามาในปี 2562 และทราบว่าภายหลังได้ซื้อบ้านเพิ่มอีก 1 หลัง รวมเป็น 2 หลัง แต่เจ้าตัวไม่ค่อยกลับมาพักอาศัย โดยคาดว่าทุกครั้งที่กลับมาเป็นการมาเยี่ยมมารดา และจากที่เห็นก็มีพฤติกรรมปกติ ไม่มีความผิดปกติ

นางสาวนภาพร เพื่อนบ้านอีกราย เผยว่า ช่วงเกิดเหตุ เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว ตอนแรกยังไม่ทราบว่าเกิดเหตุการณ์อะไร กระทั่งภายหลังจึงทราบรายละเอียดจากข่าวที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งปกติจะพบเห็นเพียงมารดาของหญิงคนดังกล่าว ซึ่งเคยประกอบอาชีพเปิดร้านเสริมสวย ส่วนสีกาเอ๋ มีอาชีพขายสินค้าออนไลน์ และแทบไม่เคยพบหน้าพูดคุยกัน นอกจากนี้ยังทราบว่าเจ้าตัวเพิ่งซื้อบ้านหลังใหม่เพิ่มอีกหนึ่งหลังเมื่อประมาณปีที่ผ่านมา


ส่วนแหล่งข่าวที่เคยพูดคุยกับแม่สีกาเอ๋เป็นประจำ ให้ข้อมูลว่า แม่ของสีกาเอ๋ เคยเล่าให้ฟังว่าสีกาเอ๋นั้นถูกอดีตสามีหลอก สูญเงิน 30 ล้านบาท จนล้มละลายหมดเนื้อหมดตัว ก่อนที่ฝ่ายชายจะนำเงินไปใช้ชีวิตกับภรรยาใหม่ ซึ่งทั้งคู่มีบุตรด้วยกัน 3 คน เป็นลูกสาว 2 คน และลูกชาย 1 คน โดยลูกชายอยู่ในการดูแลของบิดา และเคยมาบวชที่วัดพุทไธศวรรย์ ขณะที่ลูกสาวทั้งสองคนอาศัยอยู่กับแม่ของสีกาเอ๋

นอกจากนั้น แม่สีกาเอ๋ ยังเคยเล่าด้วยว่า ลูกสาวนำเงินสดประมาณ 1.4 ล้านบาท ไปซื้อรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ป้ายแดง แทนกระบะคันเก่า ที่ซื้อด้วยเงินสดเพราะสีกาเอ๋มีปัญหาเรื่องการถูกฟ้องร้องและติดแบล็กลิสต์ จึงไม่สามารถขอสินเชื่อได้ ส่วนเรื่องบ้านนั้น หลังแรกไม่สามารถซื้อในชื่อของสีกาเอ๋ได้ จึงใช้ชื่อมัคทายกวัดพุทไธศวรรย์เป็นผู้ทำสัญญาแทน โดยในช่วงแรกมีการผ่อนชำระ แต่เจ้าตัวจ่ายเงินครั้งละตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักแสนบาท ทำให้สามารถปิดหนี้บ้านได้ภายในประมาณ 3–4 ปี ซึ่งถือว่าเร็วกว่าปกติ ส่วนบ้านหลังใหม่นั้นซื้อได้ไม่นานประมาณเกือบปี แต่จ่ายหมดแล้ว แต่ไม่ยืนยันว่าเป็นการซื้อด้วยเงินสด 

อีกทั้งแม่ของสีกาเอ๋ยังเคยบอกว่า ได้ซื้อคอนโดไว้ให้ลูกชายที่อยู่กับพ่ออีกด้วย และนอกจากนี้ ยังเคยได้ยินแม่พูดว่า ลูกสาวคือสีกาเอ๋นั้น ยังมีหุ้นส่วนในร้านทอง และภายในบ้านมีทองคำเก็บไว้เกือบ 100 บาท และแม่ของสีกาเอ๋จะเปลี่ยนสร้อยทองและสร้อยข้อมือมาใส่อวดคนเป็นประจำ

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า โดยบรรยากาศบริเวณหน้าบ้านทั้งสองหลังที่เป็นของสีกาเอ๋ พบว่าไม่มีผู้ใดอยู่ในบ้าน มีเพียงรถจักรยานยนต์จอดอยู่สองคัน และมีรองเท้าวางอยู่หน้าบ้านจำนวนหลายคู่