หญิงวัย 43 ปี เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้ว หลังถูกกลุ่มคนทำทีเป็นพลเมืองดี - อ้างตัวเป็นตำรวจ ขอตรวจ ก่อนขู่บังคับขึ้นรถจับส่งดำเนินคดี ทั้งที่ไม่ได้ทำความผิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 กันยายน 2569 นางเจน (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี ชาว ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี เดินทางเข้าพบว่าที่ พ.ต.ท.ณัฏฐพล อุดน้อย สารวัตรสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทำการข่มขู่กักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายร่างกาย โดยจะขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เนื่องจากทำให้ได้รับความเสียหายอับอาย

โดย นางเจน (นามสมมุติ) กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 69 เวลาประมาณ 03.00 น. ขณะที่ตนเดินทางมาจาก อ.ลาดหลุมแก้ว เพื่อจะมาหาลูกสาวซึ่งมีบ้านพักอยู่แถววัดหงส์ปทุมาวาส แต่เนื่องจากลูกสาวยังไม่กลับ ตนจึงไปนอน-นั่งเล่น อยู่ที่ศาลาวัดหงส์ปทุมาวาส ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี กับเพื่อนผู้หญิงชื่อปุ๊ก ซึ่งอาศัยอยู่แถววัด จากนั้นตนก็เผลอหลับไป จู่ๆ ได้มีกลุ่มบุคคลเป็นชาย 3 คน หญิง 3 คน เข้ามาปลุกตน แล้วขอทำการตรวจค้น 

โดยมีชายสวมเสื้อกั๊กอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน และมีหญิงสวมเสื้อสีแดง อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิง จากนั้นได้ให้ผู้หญิงอีกคน เข้ามาตรวจค้นตัวและกระเป๋าถือของตน ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่ไปพบยาบ้าจำนวน 2 เม็ดกับเพื่อนผู้หญิงที่ชื่อปุ๊ก ซึ่งเป็นเพื่อนของตน

หลังจากทำการตรวจค้นเสร็จ ชายอีกหนึ่งคนได้โทรศัพท์ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สักพักก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองปทุมธานี มา 2 คน เมื่อเจ้าหน้าที่สายตรวจมาถึง ชายที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจได้ให้ตนกับเพื่อนขึ้นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ แล้วนำพาไปที่ สภ.เมืองปทุมธานี

เมื่อไปถึง สภ.เมืองปทุมธานี ชายที่อ้างเป็นตำรวจสืบสวน ได้นำหญิงชื่อปุ๊กและตน ไปส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งว่า ให้ตนกลับบ้านได้ ส่วนคนชื่อปุ๊ก ถูกจับกุมพร้อมกับยาบ้า 2 เม็ด

ภายหลังจากที่ตำรวจให้ตนกลับบ้าน ตนก็เดินลงจากโรงพัก แล้วมาเปิดกระเป๋าพบว่าเงินสดจำนวน 400 บาท พร้อมโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องหายไป จึงเดินมาพูดกับกลุ่มบุคคลที่อ้างเป็นตำรวจว่า เงินตนหายพร้อมโทรศัพท์มือถือ ซึ่งพวกเขาก็อ้างว่าไม่รู้เรื่อง 

จากนั้นกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้พยายามบังคับสอบถามตน ว่าเป็นผู้จำหน่ายและส่งยาเสพติด และยังกล่าวหาว่าตนลักรถจักรยานยนต์ พร้อมถามหาว่า รถจอดอยู่ไหน เนื่องจากพวกเขาพบกุญแจรถจักรยานยนต์ในกระเป๋าตน ซึ่งตนก็ยืนยันว่ากุญแจรถจักรยานยนต์ดังกล่าวเป็นของตน แต่รถเสีย 

จากนั้นกลุ่มบุคคลที่อ้างเป็นตำรวจ ได้พูดจาข่มขู่และยืนยันว่า จะพาตนไปส่งบ้านย่าน ต.ระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว โดยบังคับให้เข้าไปนั่งในรถเก๋งที่เบาะหลัง โดยมีชายหญิงคู่ที่อ้างเป็นตำรวจ นั่งคุมประกบมา และมีชายอีกคนขับรถจักรยานยนต์ขับตามหลังมาตลอดทาง

ซึ่งระหว่างทางกลุ่มคนดังกล่าวได้สอบถามตนว่า มีบ้านพักอยู่ที่แถวไหนเพื่อจะนำตัวไปส่งที่บ้าน และจะขอตรวจค้นที่บ้านพักของตน พร้อมกับพูดขู่อีกว่า เอายาเสพติดมาจากไหน แต่ตนได้ปฏิเสธทุกอย่าง และไม่ให้ไปส่งที่บ้าน ซึ่งขณะนั่งมาในรถ ตนก็ยังถูกผู้หญิงที่อ้างเป็นตำรวจหญิงใช้แขนกระทุ้งตนมาตลอด จากนั้นพวกกลุ่มบุคคลทั้งหมดได้นำพาตนมาที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว โดยพูดว่าจะจับกุมตัวส่งตำรวจ

เมื่อมาถึง สภ.ลาดหลุมแก้ว กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้จอดรถหน้าโรงพัก แล้วคนขับรถเก๋งกับชายที่ใส่เสื้อกั๊ก นำพาตนขึ้นมาที่ห้องรับแจ้งความ แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ได้เดินออกมาจากห้องพร้อมสอบถามรายละเอียดที่เกิดขึ้น ซึ่งกลุ่มบุคคลดังกล่าว ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบประวัติของตน 

ซึ่งตำรวจตรวจสอบแล้ว พบว่าตนมีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.เมืองปทุมธานี และไม่มีความผิดอะไร นอกจากนี้ตำรวจยังสอบถามชายทั้งสองคนด้วยว่าเป็นใคร โดยชายคนที่ขับรถได้บอกว่า เป็นพ่อค้าขายของอยู่ตามตลาดนัด ส่วนชายที่ใส่เสื้อกั๊กบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน

ซึ่งตนก็เตรียมเดินออกจากห้องเพื่อจะกลับไปบ้านลูกสาวในเขต อ.ปทุมธานี หญิงคนที่ใส่เสื้อสีแดงเดินเข้ามาด่าต่อว่าตน กล่าวหาว่าตนโกหก จากนั้นตนจึงได้เดินออกจากห้องแจ้งความ ทำให้หญิงเสื้อแดงไม่พอใจ ปรี่เข้ามาใช้มือผลักเข้าข้างหลังของตนเหมือนทำร้ายร่างกาย ตนจึงได้เดินเข้ามาห้องรับแจ้งความอีกครั้งพร้อมกับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ผู้หญิงเสื้อแดงทำร้ายร่างกายตน จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น ทำให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่พอใจ และได้พากันเดินทางกลับไป ส่วนตนก็ได้กลับไปที่พัก

จนมาวันนี้ (4 ก.ย. 69) ตนจึงได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว ในฐานความผิด หน่วงเหนียวกักขังและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด พร้อมกันนี้ตนได้เห็นคลิปและในข่าวต่างๆ ที่กลุ่มบุคคลนี้อ้างว่าเป็นพลเมืองดี ตนอยากถามว่านี่หรือพลเมืองดี แอบอ้างเป็นตำรวจแล้วพูดจาข่มขู่ตนตลอดเวลา จึงอยากให้สังคมได้รับรู้ว่ายังมีกลุ่มบุคคลแบบนี้.