เลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี "ดร.ปราบ" หมายเลข 6 ผู้สมัครอิสระ ชูแนวคิดไม่เลือกข้าง พร้อมนโยบายการบริหาร 6 ด้าน
เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2569 นายปราบ ธามม์ พักตร์บวร หรือ "ดร.ปราบ" ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี กล่าวว่า สนามเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี กำลังเข้าสู่ช่วงการแข่งขันเข้มข้น ท่ามกลางการจับตาผู้สมัครจากฐานการเมืองหลัก แต่อีกหนึ่งชื่อในสนาม คือ ตน "ดร.ปราบ" ธามม์ พักตร์บวร หมายเลข 6 ผู้สมัครอิสระมีประสบการณ์ทั้งธุรกิจรีไซเคิลและการจัดการขยะ งานกฎหมาย รัฐสภาและการบริหารท้องถิ่น พร้อมแนวคิด ไม่เลือกข้าง เลือกคนทำงาน โดยการเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี ครั้งนี้ จะมีขึ้นหลังตำแหน่งนายก อบจ. ว่างลง โดยกำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 20 ก.ย. 2569
ทั้งนี้ บรรยากาศการแข่งขันในช่วงต้นถูกจับตามองไปที่ผู้สมัครจาก 2 ฐานการเมืองสำคัญ ทั้งนายนฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หมายเลข 1 จากกลุ่มผึ้งหลวง และนายเดชรัต สุขกำเนิด หมายเลข 4 จากพรรคประชาชน ขณะที่ในสนามจริงยังมีผู้สมัครรายอื่นให้ประชาชนพิจารณา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ "ดร.ปราบ" ธามม์ พักตร์บวร หมายเลข 6 ครั้งนี้ ลงสมัครในนามอิสระหลังประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง โดยวางแนวทางให้ประชาชนพิจารณาจากตัวบุคคล ประสบการณ์ และแนวทางการทำงาน มากกว่าสังกัดทางการเมือง
นายปราบ กล่าวต่อว่า จากธุรกิจรีไซเคิล สู่ความเชี่ยวชาญด้านการจัดการขยะ หนึ่งในประสบการณ์ที่แตกต่างของ "ดร.ปราบ" คือ การทำงานในธุรกิจรีไซเคิลและการบริหารจัดการขยะมาเป็นเวลานาน เป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท ปราบขยะ รีไซเคิล จำกัด ก่อนขายกิจการและยุติบทบาทไปแล้วหลายปี เคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมรีไซเคิลขยะและรับซื้อของเก่า ทำให้มีประสบการณ์โดยตรงเกี่ยวกับระบบจัดการขยะและวัสดุรีไซเคิล ตั้งแต่การรวบรวม คัดแยก ขนส่ง การนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ ไปจนถึงกระบวนการจัดการปลายทาง
มุมมองเรื่องขยะจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเก็บขยะออกจากชุมชน แต่เป็นการมองการจัดการแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ทั้งการลดปริมาณขยะ การคัดแยก การเพิ่มมูลค่าวัสดุรีไซเคิล และการลดภาระของระบบกำจัด
นอกจากนี้ ยังเคยทำงานในบทบาทที่ปรึกษาของ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังในสายงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งของประสบการณ์ด้านการบริหารและเทคโนโลยี ผ่านงานกฎหมาย รัฐสภา และท้องถิ่น นอกเหนือจากภาคธุรกิจ ยังมีประสบการณ์ด้านกฎหมาย โดยเคยทำงานเป็นทนายความ ก่อนเข้าสู่งานฝ่ายนิติบัญญัติในหลายบทบาท ทั้งนักวิชาการและเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการปกครอง วุฒิสภา ตลอดจนงานในคณะอนุกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการด้านอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ด้านกฎหมายและงานระดับนโยบาย ต่อมาเข้าสู่การบริหารท้องถิ่น โดยเคยดำรงตำแหน่ง รองนายกเทศมนตรีเมืองบางคูรัด จ.นนทบุรี ระหว่างปี 2566–2567 เส้นทางการทำงานจึงครอบคลุมทั้งภาคเอกชน กฎหมาย กระบวนการนิติบัญญัติและการบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จากสนามท้องถิ่น สู่การเมืองระดับชาติ
นายปราบ กล่าวอีกว่า เส้นทางการเมืองของตนมีความเชื่อมโยงกับ จ.นนทบุรี โดยเคยลงสมัคร นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี เมื่อปี 2568 ภายใต้ชื่อเดิม ธีรวงศ์ สรรค์พิพัฒน์ และได้ 29,394 คะแนน ขณะที่ผู้ชนะได้ 34,213 คะแนน ต่อมาเข้าสู่สนามการเมืองระดับชาติด้วยการลงสมัคร สส.นนทบุรี เขต 1 ก่อนกลับมาสู่การเมืองท้องถิ่นอีกครั้งในการเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเป็นครั้งแรกที่ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่นในระดับทั้งจังหวัด
สำหรับการศึกษานั้น ครอบคลุมการบริหาร กฎหมาย และเศรษฐศาสตร์การเมือง โดยด้านการศึกษา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านการบริหารการพัฒนา มีพื้นฐานการศึกษาด้านกฎหมาย เศรษฐศาสตร์การเมือง รวมถึงการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการเมืองและการบริหาร นอกจากนี้ยังผ่านหลักสูตรการเมืองการปกครองสำหรับนักบริหารระดับสูงของสถาบันพระปกเกล้า และหลักสูตรการบริหารการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมภาครัฐร่วมเอกชน จากวิทยาลัยการตำรวจ ที่ผ่านมายังเคยได้รับเชิญเป็นวิทยากรในหัวข้อเกี่ยวกับธุรกิจ นวัตกรรม สิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการ จากสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน
นายปราบ กล่าวต่อว่า ไม่เลือกข้าง ในสนามที่มีฐานการเมืองใหญ่ การเลือกตั้งครั้งนี้ วางจุดยืนภายใต้แนวคิดไม่เลือกข้าง เลือกคนทำงาน และลงสมัครในนามอิสระ แนวคิดดังกล่าว ไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่าง แต่ต้องการให้การบริหารท้องถิ่นกลับมาพิจารณาที่ปัญหา วิธีแก้ และผลลัพธ์ต่อประชาชนเป็นหลัก
ปัญหาของนนทบุรีไม่ได้ถามว่า อยู่ฝ่ายไหน น้ำท่วม การจราจร ขยะ ถนน หรือ คุณภาพชีวิต กระทบประชาชนทุกคนเหมือนกัน สิ่งที่อยากนำเสนอจึงไม่ใช่การเลือกฝ่าย แต่คือการเลือกระบบบริหารที่ทำงานได้จริง
ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี หมายเลข 6 กล่าวว่า MATRIX จากประสบการณ์สู่แนวทางบริหาร แนวคิดดังกล่าว ถูกต่อยอดเป็น "MATRIX นนทบุรี" กรอบแนวคิดการบริหาร 6 ด้าน ครอบคลุมตั้งแต่การบริหาร การเข้าถึงบริการ เทคโนโลยี การรับมือน้ำท่วม โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงการเปิดข้อมูลให้ประชาชนตรวจสอบได้ โดยเตรียมทยอยนำเสนอรายละเอียดแต่ละด้านตลอดช่วงหาเสียง โดยเฉพาะเรื่อง ขยะ ซึ่งเป็นหนึ่งในโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมของจังหวัด ถือเป็นประเด็นที่ตนมีประสบการณ์วิชาชีพโดยตรง และยังเชื่อมโยงกับโจทย์การบริหารจัดการขยะระดับจังหวัด รวมถึงพื้นที่กำจัดขยะของ อบจ.นนทบุรีและผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ
ขณะเดียวกัน การบริหาร อบจ. มีขอบเขตกว้างกว่าความเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่ง ผู้บริหารระดับจังหวัดยังต้องรับผิดชอบและประสานงานในหลายมิติ ทั้งน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน การเดินทาง สิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จึงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามว่า ประสบการณ์จากธุรกิจและการจัดการขยะ กฎหมาย รัฐสภาและการบริหารท้องถิ่นจะถูกนำมาต่อยอดเป็นแนวทางบริหารระดับจังหวัดได้อย่างไร
นายปราบ กล่าวอีกว่า ในวันที่สนามนนทบุรีไม่ได้มีเพียง 2 ทางเลือก แม้ภาพการแข่งขันในช่วงต้นจะถูกจับตามองไปยังผู้สมัครจาก 2 ฐานการเมืองสำคัญ แต่การตัดสินใจของประชาชนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสองตัวเลือก การลงสมัครของ "ดร.ปราบ" ธามม์ พักตร์บวร หมายเลข 6 จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้มีสิทธิที่ต้องการพิจารณาจาก ตัวบุคคล ประสบการณ์ และแนวทางการบริหาร นอกเหนือจากสังกัดทางการเมือง จากผู้ประกอบการด้านรีไซเคิล สู่บทบาทด้านกฎหมายและรัฐสภา การบริหารท้องถิ่น และเส้นทางการเมืองที่เชื่อมโยงกับนนทบุรี การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเป็นอีกบทพิสูจน์ว่า ประสบการณ์เหล่านั้น รวมถึงแนวคิดไม่เลือกข้าง เลือกคนทำงาน และ "MATRIX นนทบุรี" จะได้รับการตอบรับจากประชาชนมากน้อยเพียงใดคำตอบสุดท้ายอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชนชาวนนทบุรีในวันที่ 20 ก.ย. นี้