จ.ปทุมธานี-พมจ. และบ้านพักเด็ก ร่วมทีมงาน "ธนกฤต" รุดเข้าช่วย "แม่ค้าขายขาหมู" เลี้ยงลูกพิการกับสามีป่วยจิตเวช ถูกแก๊งหนี้นอกระบบข่มขู่ หลังติดหนี้รวมกว่า 10 เจ้า
จากกรณีที่มีการร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านว่า มีแม่ค้าคนหนึ่งต้องทำมาหากินเลี้ยงลูกสาววัย 16 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคโปลิโอและพิการซ้ำซ้อนทางสมอง ร่างกายตัวเล็กกว่าอายุคล้ายเด็กเล็ก ส่วนสามีก็ป่วยทางจิตเวช แต่ด้วยเศรษฐกิจไม่ดีทำให้ค้าขายไม่คล่องตัว ทำให้ต้องมีการกู้ยืมเงินนอกระบบที่ต้องยอมเสียดอกเบี้ยโหด เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายซื้อนม แพมเพิร์สและเอาไปลงทุนขายของ ซึ่งเมื่อหาเงินมาจ่ายทั้งต้นและดอกคืนเจ้าหนี้ไม่ได้ ก็ต้องกู้เจ้าหนี้รายอื่น แต่กลับทำให้เงินที่กู้มาทบต้นทบดอก ถึงต้องหาทางออกด้วยวิธีการไปกู้เงินจากเงินกู้นอกระบบอีกเจ้าหนึ่ง จนทำให้เกิดการพอกหนี้ รวมนับกว่า 10 ราย ทำให้ถูกคนปล่อยเงินกู้ตามทวงเงินและข่มขู่ จะมายึดแม้แต่ทีวีที่เหลืออยู่ ตามที่มีการเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ดร.ปรัชญา สอนศิริ และทีมงานธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ ร่วมกับ พม.จังหวัดปทุมธานี เจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็ก กรมกิจการเด็กและเยาวชน จังหวัดปทุมธานี อสม. เดินทางเข้ามาติดตามตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ และดำเนินการให้ความช่วยเหลือแม่ค้าขายขาหมูรายดังกล่าวอีกครั้ง โดยพบว่า พักอาศัยภายในห้องเช่าในพื้นที่ ซอยคลองหลวง 7 (บุญคุ้ม) ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
โดยทางเจ้าหน้าที่ พม.จังหวัดปทุมธานี เข้าตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องความเป็นอยู่ และสถานการณ์การถูกแก๊งเงินกู้ตามทวงหนี้ และมีการข่มขู่จนหวาดผวา ซึ่งเบื้องต้นทราบว่ากลุ่มแก๊งเงินกู้นั้น ไม่ได้เข้ามาก่อกวนหรือมาวนเวียนข่มขู่แล้ว เนื่องจากทางทีมงานธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ ได้มีการประสานติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังแก๊งทวงหนี้แต่ละเจ้า เพื่อขอยุติการชำระหนี้ที่คงค้างทั้งหมดแล้ว
ซึ่งทราบว่าขณะนี้มีเพียงค้างค่าเช่าห้องเช่า 2 เดือนรวมค่าน้ำค่าไฟ เป็นเงินจำนวน 6,000 กว่าบาท ที่อยู่ระหว่างการผ่อนชำระให้กับทางเจ้าของห้องเช่า ส่วนเรื่องการให้ความช่วยเหลือในด้านเงินทุนประกอบอาชีพ เพื่อให้มีรายได้ภายในครอบครัว ทาง พม.ปทุมฯ จะได้มีการหาทางช่วยเหลือ
ส่วนทางด้านบ้านพักเด็กจังหวัด ก็ได้ให้ความช่วยเหลือดูแลอาการของลูกสาววัย 16 ปี ซึ่งพบว่ามีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาก เพราะทางครอบครัวให้กินอยู่ตามสภาพ จึงอยู่ระหว่างการประเมินว่าจะต้องนำตัวไปรักษา และอยู่ในความดูแลของแพทย์ เพื่อให้ร่างกายมีความแข็งแรงได้รับอาหารอย่างเพียงพอ โดยจะได้มีการนำไปตรวจสอบอาการและประเมิน ว่าจะต้องให้อยู่ในความดูแลของแพทย์หรือไม่
ในส่วนของสามีที่ป่วยทางจิตเวช เบื้องต้นทราบว่าได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลปทุมธานี และรับยามากินที่บ้านจนอาการดีขึ้นแล้ว แต่ก็จะได้ประสานเจ้าหน้าที่ อพม. อสม.ในพื้นที่เขตคลองหลวง เข้ามาตรวจสอบและดูอาการอยู่เป็นระยะ
ด้านนางสาวโอ๋ อายุ 49 ปี แม่ค้าขายขาหมู กล่าวทั้งน้ำตาว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้เป็นบทเรียนกับตัวเอง จนทำให้ความเป็นอยู่ขัดสนเรื่องการเงิน บางครั้งไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกิน พอถูกเจ้าหนี้นอกระบบตามทวงหนี้ ยิ่งต้องหลบๆซ่อนๆ เครียดมาก ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้าช่วยเหลือ ชุบชีวิตตนเองได้เริ่มต้นใหม่ ซึ่งตนขอรับปากว่าจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเงินกู้นอกระบบอีก เพราะมันทำลายชีวิตครอบครัว ตนเองต้องหนีหัวซุกหัวซุนและเกิดปัญหาภายในครอบครัวขึ้น ต่อไปนี้จะวางแผนการใช้เงินให้ดี พร้อมกับการสร้างชีวิตใหม่ครั้งนี้
ด้าน ดร.ปรัชญา สอนสิริ และทีมงานธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ กล่าวเปิดเผยว่า ได้ประสานเจ้าหน้าที่ พม.จังหวัดปทุมธานี และเจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็กจังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่เข้าดำเนินการช่วยเหลือครอบครัวดังกล่าว เบื้องต้นทราบว่าจะมีการดำเนินการให้ความช่วยเหลือเรื่องเงินทุน เพื่อให้ทางครอบครัวนำไปประกอบอาชีพค้าขายขาหมูได้เป็นปกติ
ส่วนเรื่องนายทุน หรือแก๊งเงินกู้นอกระบบที่มาทวงหนี้ ทางทีมงานได้ประสานเจ้าหนี้ทุกราย เพื่อขอยุติเรื่องหนี้ที่คงค้างทุกเจ้าแล้ว โดยทุกเจ้าหนี้ก็เห็นใจและยกให้ พร้อมกันนี้ตนได้กำชับขอให้ทางนางสาวโอ๋ ให้เลิกไปกู้ไม่ไปก่อหนี้กับแก๊งทวงหนี้อีก เพื่อให้ทางครอบครัวได้เริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น.