เหตุสลดที่ จ.นครนายก หนุ่มซิ่งกระบะหลบหนี หลังจ่อยิงหญิงวัย 35 ปี ดับต่อหน้าลูกสาว 4 ขวบ สุดท้าย ตร.ตามรวบตัว อ้างเป็นอารมณ์ชั่ววูบ แค้นถูกผู้ตายด่า กล่าวหาเมายาแล้วหลอน

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 11 สิงหาคม 2569 พ.ต.ท.สุริยา ภูมิวัฒน์ สว. (สอบสวน) สภ.บ้านนา ได้รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตที่หน้าอู่ซ่อมรถ ในพื้นที่ ต.ทองหลาง อ.บ้านนา จ.นครนายก จึงออกไปตรวจพร้อมด้วย พ.ต.อ.มงคล โท้เป๋า ผกก. สภ.บ้านนา พ.ต.ท.วุฒิพงษ์ จีนอิ่ม รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.เทพสิน วิจิระวัฒน์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บ้านนา แพทย์เวร รพ.บ้านนา หน่วยกู้ภัยสว่างอริยะนครนายก (จุดบางอ้อ) และชุดสืบสวน

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าอู่ซ่อมรถยนต์ พบศพ น.ส.กรวิกา วิเวก หรือ ยุ้ย อายุ 35 ปี ชาว ต.ป่าขะ อ.บ้านนา จ.นครนายก มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด กระสุนเข้าบริเวณขมับซ้ายฝังใน นอนเสียชีวิตอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายดอกนุ่งกางเกงขาสั้นสีขาว จึงให้กู้ภัยฯ นำศพส่งผ่าชันสูตรที่ รพ.ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มศว องครักษ์ 

จากการสอบถามนายวิวัฒน์ บัวขาว หรือ ช่างแป๊ะ อายุ 40 ปี เจ้าของอู่ เผยว่า ผู้ตายมีศักดิ์เป็นน้องสะใภ้แฟน มาปลูกกระต๊อบอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้ามอู่ซ่อมรถของตน ส่วนสามีไปทำงานรับเหมาสร้างถนนต่างจังหวัด ส่งเงินมาให้เมียและลูกใช้

ก่อนเกิดเหตุได้มีนายอานนท์ สัมฤทธิ์ อายุ 27 ปี ขับรถกระบะมาหาที่บ้าน แล้วเกิดมีปากเสียงกัน ผู้ตายจึงจูงลูกข้ามถนนมาขอความช่วยเหลือ ตนออกมาห้ามบอกว่าให้กลับไป อย่ามาทะเลาะกัน เดินไปหยิบโทรศัพท์เพื่อจะแกล้งโทร ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จึงรีบออกมาดูพบว่า น.ส.กรวิกา ถูกยิงล้มแน่นิ่งขาดใจตายต่อหน้าลูกสาววัย 4 ขวบ ที่ตกใจร้องไห้โฮ ก่อนที่นายอานนท์ จะขับรถกระบะหลบหนีไป ส่วนสาเหตุตนไม่ทราบว่าเขามีปากเสียงกันเรื่องอะไร 

จากนั้นผู้สื่อข่าวเดินมาที่บ้านพี่สาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยความโศกเศร้าว่า ขณะเกิดเหตุ น.ส.กรวิกา กำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่กับลูกสาว วัย 3 ขวบเศษ จู่ๆ นายอานนท์ ได้บุกเข้ามาใช้อาวุธปืนข่มขู่ บังคับให้ผู้ตายขึ้นรถ แต่ผู้ตายขัดขืนและตะโกนขอความช่วยเหลือ จนกระทั่งเกิดเหตุสลดขึ้นตามภาพจากกล้องวงจรปิด พร้อมตัดพ้อว่า "มีอะไรทำไมไม่คุยกันดีๆ มาทำแบบนี้สงสารเด็กบ้างไหม"

ล่าสุด วันที่ 12 สิงหาคม 2569 ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดนครนายก พร้อมชุดสืบสวนบ้านนา สามารถตามจับกุมตัวนายอานนท์ สัมฤทธิ์ อายุ 27 ปี ที่ขับรถกระบะหลบหนีได้แล้ว หลังรถติดหล่มไม่สามารถขับต่อไปได้ จนมาขอพักอาศัยบ้านคนรู้จัก 

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายอานนท์ ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ จุดเกิดเหตุ โดยระหว่างทำแผน ผู้ต้องหาได้กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "เขาด่าผม เขาพยายามท้าทายผม เป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ อยากขอโทษผู้เสียชีวิต"

ในส่วนของปมสาเหตุการก่อเหตุในชั้นสอบสวน นายอานนท์ ผู้ต้องหา ให้การอ้างว่าไม่พอใจที่ผู้ตายไปพูดกับคนอื่นว่าตนเองเมายาแล้วหลอน ทำให้ตนเองได้รับความเสียหาย จึงเกิดความแค้นและบุกมาก่อเหตุ

อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้เปิดเผยข้อสงสัย และปมความขัดแย้งที่แท้จริงว่า นายนนท์น่าจะไม่พอใจและระแวงในเรื่องที่อดีตสามีเก่าของผู้ตายที่ทั้งคู่เลิกรากันไปหลายปี ตั้งแต่ลูกสาวอายุได้ 1 ขวบ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในคดียาเสพติดไปเมื่อ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา 

โดยนายนนท์เข้าใจผิดคิดว่า น.ส.กรวิกา เป็นคนแจ้งเบาะแสให้ตำรวจมาจับกุม ซึ่งที่ผ่านมาผู้ตายได้ปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ผู้ต้องหาไม่ยอมเชื่อ และมักจะมีปากเสียงทะเลาะกันมาอยู่เรื่อยๆ 

สอดคล้องกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา เนื่องจากตรวจสอบจากภาพ และเสียงในกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ มีการโต้เถียงกันในประเด็นเรื่องการแจ้งตำรวจจับกุม แม้เสียงในคลิปจะได้ยินไม่ชัดเจนทั้งหมดก็ตาม ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อคลี่คลายปมสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.