สมาชิก อบจ.นนทบุรี แท็กทีมแถลงโต้ปมเงิน 11 ล้าน เปิดทรัพย์สิน “ฉลอง-ธงชัย” ตั้งคำถามใครกู้ใคร ลั่นขอทวงคืนศักดิ์ศรีความเป็นธรรมให้ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ ยันเป็นคนดี ไม่ใช้รถหลวง - ไม่รับเงินเดือนตลอด 20 ปีมอบทุนการศึกษาให้เด็กหมด 

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 ส.ค.69 ที่ห้องประชุมชั้น 3 องค์การบริหารส่วน จ.นนทบุรี (อบจ.) นายภคิน วรวรรณปรีชา ประธานสภา อบจ.นนทบุรี น.ส.วิภาวัลย์ วรวรรณปรีชา เลขานุการ นายก อบจ.นนทบุรี และนายเฉลิมพล นิยมสินธุ์ อดีตประธานสภา อบจ.นนทบุรี อดีตเลขานุการนายก อบจ.นนทบุรี ทั้ง 3 คน ถือเป็นคนสนิทและเป็นทีมในการทำงานให้กับ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี พร้อมกลุ่มผึ้งหลวง ร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต ส.ส.นนทบุรี กล่าวอ้างว่า พ.ต.อ.ธงชัย เคยยืมเงินไป 11 ล้านบาท

นายเฉลิมพล ระบุว่า จากการตรวจสอบถ้อยคำที่นายฉลองให้สัมภาษณ์กับสื่อ หลังเกิดเหตุอ้างว่าไปทวงเงิน แต่จากการสอบถามคนใกล้ชิด พบว่าในช่วงที่นายฉลองเดินทางไปพูดคุยกับนายกธงชัย ไม่ได้พูดถึงการทวงเงินกู้ 11 ล้านบาท แต่เป็นการพูดถึงเงินที่อ้างว่าเคยจ่ายและการสละสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง พร้อมขอให้นายกธงชัย รับผิดชอบ โดยอ้างว่าหากไม่มีเงินก้อน ก็สามารถผ่อนชำระได้

นายเฉลิมพล จึงตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการกู้ยืมเงิน 11 ล้านบาทจริง ควรมีรายละเอียดว่า กู้เมื่อไร จำนวนเท่าใด นำไปใช้ทำอะไร และกำหนดคืนเมื่อไร ซึ่งตลอดระยะเวลาประมาณ 20 ปี ที่ทำงานร่วมกับนายกธงชัย ไม่เคยได้ยินเรื่องการกู้เงิน 11 ล้านบาทจากนายฉลองมาก่อน และเพิ่งปรากฏประเด็นดังกล่าวหลังเกิดเหตุ ซึ่งหากพิจารณาจากบัญชีทรัพย์สินที่นายฉลอง ยื่นต่อ ป.ป.ช. เมื่อปี 2554 พบว่ามีเงินในบัญชีและเงินสดรวมกันไม่ถึง 200,000 บาท ขณะที่บัญชีทรัพย์สินของ พ.ต.อ.ธงชัย ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ล่าสุดปี 2568 มีทรัพย์สินในส่วนเงินฝากกว่า 300 ล้านบาท 

นายเฉลิมพล จึงตั้งคำถามต่อสื่อมวลชนว่า จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ใครมีแนวโน้มจะเป็นฝ่ายกู้เงินจากใคร พร้อมย้ำว่า การนำข้อมูลดังกล่าวมาเปรียบเทียบ ไม่ได้มีเจตนาใส่ร้าย แต่ต้องการชี้แจงข้อเท็จจริงและทวงคืนความเป็นธรรมให้กับนายกธงชัย

ส่วนกรณีที่มีการพูดถึงเงินจำนวน 11 ล้านบาท นายเฉลิมพลระบุว่า อาจเกี่ยวข้องกับเงินที่มีการรวบรวมก่อนการเลือกตั้งนายก อบจ. เมื่อปี 2547 โดยอดีตนายก อบจ. และกลุ่ม สจ.ในขณะนั้นอาจมีการรวบรวมเงินเพื่อสนับสนุนการเลือกตั้ง แต่ย้ำว่าไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเงินดังกล่าวถูกนำไปให้นายกธงชัยหรือไม่ พร้อมยืนยันว่า ในช่วงที่นายกธงชัย ดำรงตำแหน่ง ท่านเคยปฏิเสธเงินสนับสนุนจากบุคคลภายนอกหลายครั้ง เพราะไม่ต้องการให้เกิดบุญคุณหรือภาระผูกพันทางการเมือง

ด้าน นางสาววิภาวัลย์ วรวรรณปรีชา เลขานุการนายก อบจ.นนทบุรี กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างนายกธงชัยกับนายฉลอง เดิมเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และมีการช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาโดยตลอด แม้ภายหลังนายฉลองตัดสินใจลงสมัครนายก อบจ. แข่งขันกับนายกธงชัย เมื่อประมาณปี 2559 ซึ่งความสัมพันธ์อาจมีความไม่เข้าใจกันบ้าง แต่ยังคงมีการช่วยเหลือกันอยู่ โดยเฉพาะเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาอาการป่วยของนายฉลอง รวมถึงการช่วยเหลือด้านการเงินและธุรกิจที่ผ่านมา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ประเด็นความขัดแย้งอาจเป็นปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลานาน และอาจเกี่ยวข้องกับความต้องการใช้เงินของนายฉลอง

นางสาววิภาวัลย์ ยังระบุว่า ที่ผ่านมา นายฉลองเคยมาที่ อบจ.นนทบุรี และไปพบนายกธงชัย ที่บ้านหลายครั้ง เพื่อขอความช่วยเหลือด้านการเงิน ซึ่งมีทั้งที่ได้รับและไม่ได้รับความช่วยเหลือ โดยคนใกล้ชิดรับรู้ถึงพฤติกรรมดังกล่าว

ส่วนกรณีที่นายฉลองอ้างว่า คนขับรถของนายกธงชัยเป็นฝ่ายจะยิงก่อน นางสาววิภาวัลย์ ระบุว่า จากข้อมูลที่ทราบ ตำรวจพบอาวุธปืน 2 กระบอกในรถที่เกิดเหตุ และยังอยู่ในซองไม่ได้ขึ้นลำกล้อง พร้อมมองว่าเป็นคำกล่าวอ้างจากนายฉลอง เพียงฝ่ายเดียว ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดทำให้เห็นว่า นายฉลองมีการเตรียมพร้อมและมืออยู่บริเวณปืนก่อนเกิดเหตุ

สำหรับการรักษาความปลอดภัย นายภคิน ระบุว่า โดยปกติพื้นที่ อบจ.นนทบุรี ไม่ได้มีความรุนแรง และเจ้าหน้าที่ไม่ได้พกพาอาวุธปืนเข้ามาทำงาน ขณะที่นางสาววิภาวัลย์ เรียกร้องให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มความเข้มงวดในการอนุญาตและการพกพาอาวุธ รวมถึงตรวจสอบการนำอาวุธเข้ามาในสถานที่ราชการ โรงเรียน และสถานที่สาธารณะ

ส่วนการบริหารงานของ อบจ.นนทบุรี หลังนายกธงชัยเสียชีวิต นายภคิน ระบุว่า ขณะนี้ปลัด อบจ. เป็นผู้รักษาราชการแทน เนื่องจากรองนายก พ้นจากตำแหน่งไปพร้อมกับนายก โดยการดำเนินงานและการพิจารณางบประมาณยังเดินหน้าตามปกติ

ส่วนประเด็นการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดนนทบุรี นายภคิน ยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาการเมืองท้องถิ่นที่รุนแรง และไม่ได้มีลักษณะของ “บ้านใหญ่” ที่สร้างความขัดแย้งในพื้นที่ โดยส่วนใหญ่ทุกฝ่ายสามารถพูดคุยและประสานงานกันได้ นายกธงชัยเองก็จะเป็นคนโทรศัพท์พูดคุยกับแต่ละฝ่ายอยู่ตลอด และทำงานร่วมกันโดยไม่เคยมีเหตุรุนแรง

นอกจากนี้ กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า นายฉลอง เรี่ยวแรง ซึ่งเคยมีบารมีในพื้นที่ อาจสูญเสียความนิยมทางการเมืองลงในช่วงหลัง นายภคิน ระบุว่า นายฉลอง ไม่ได้ลงเลือกตั้งในช่วงหลัง และมีการเปลี่ยนพรรคการเมืองมาโดยตลอด ทำให้ได้รับคะแนนเสียงไม่มากนัก และความเชื่อมั่นจากประชาชนลดลงพอสมควร อย่างไรก็ตาม นายภคิน มองว่า เรื่องที่นายฉลองอาจรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับการยอมรับหรือไม่มีใครเห็นความสำคัญ เป็นความรู้สึกส่วนตัวของนายฉลองเอง เพราะคนอื่นไม่ได้มองว่าเป็นเช่นนั้น

สำหรับการเดินหน้าของกลุ่ม “ผึ้งหลวง” นายภคิน ระบุว่า ขณะนี้มีการวางตัวบุคคลไว้แล้ว 2 คน เพื่อเข้ามาประสานงานและสานต่อนโยบายของนายกธงชัย โดยยืนยันว่าจะเดินหน้านโยบายที่วางไว้ต่อ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในจังหวัดนนทบุรี

ทั้งนี้ นายเฉลิมพล ย้ำว่า สิ่งที่ต้องการจากการแถลงครั้งนี้ คือการทวงคืนความเป็นธรรม เกียรติยศ และศักดิ์ศรีให้กับนายกธงชัย พร้อมขอให้สังคมพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อมูลที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน

ขณะที่เจ้าหน้าที่ อบจ.นนทบุรี ยอมรับว่ายังอยู่ในภาวะเสียใจจากการสูญเสีย แต่ยืนยันว่าการทำงานยังต้องเดินหน้าต่อ และเตรียมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในสถานที่ราชการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีก

ทั้งนี้ นายก อบจ.นนทบุรี นำเงินเดือนในส่วนของตัวเองตลอดระยะเวลา 20 ปีไปมอบให้เป็นทุนการศึกษาให้โรงเรียนต่างๆ ใน จ.นนทบุรี และไม่เคยเบิกใช้รถประจำตำแหน่งรวมถึงเบิกค่าน้ำมัน ส่วนรายได้ของนายก อบจ. มาจากการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และการขายบ้านจัดสรรที่ผ่านมา ก่อนการลงเล่นการเมือง

ภายหลังการแถลงข่าว บรรยากาศบริเวณลานจอดรถภายในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี จุดเกิดเหตุ สมาชิก อบจ.นนทบุรี ได้ร่วมไว้อาลัย พร้อมนำดอกไม้และพวงมาลัยมาวางบริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นจุดที่ “พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ” นายก อบจ.นนทบุรี ถูกยิงเสียชีวิต โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ทุกคนร่วมกล่าวคำไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิต