กรมอุทยานฯ ระดมทีมสัตวแพทย์เร่งรักษา "สีดอทองม้วน" ช้างป่าสลักพระ อายุมากกว่า 50 ปี บาดเจ็บขาหลัง ขณะที่อาการโดยรวมยังคงทรงตัว


วันที่ 2 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ร่วมกับนายสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และนายสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ได้เข้าดำเนินการรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณขาหลังด้านซ้ายของช้างป่าเพศผู้ชื่อ "สีดอทองม้วน" อายุมากกว่า 50 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บบริเวณป่าเขาตะแคง ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี นอกเขตพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ มาตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2569 โดยทีมสัตวแพทย์ได้ให้การดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาอาการบาดเจ็บและฟื้นฟูสุขภาพของช้างป่าตัวดังกล่าว

ในการรักษาครั้งนี้ ทีมสัตวแพทย์ได้ให้สารน้ำเกลือทางเส้นเลือดอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับน้ำตาลกลูโคส วิตามินอี ซีลีเนียม และวิตามินคาโตซาล เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย พร้อมทั้งให้ยาลดการอักเสบบิวทาซิลและยาปฏิชีวนะเพนสเต็บเพื่อป้องกันการติดเชื้อ 

นอกจากนี้ ยังได้ทายาลดการอักเสบบริเวณขาหลังด้านซ้าย และทำแผลบริเวณฝ่าเท้าหลังข้างขวาด้วยน้ำยาเบตาดีน ร่วมกับการพ่นยาเนกาซันเพื่อป้องกันแมลงวันตอมแผล และสเปรย์ยาเจนเชียนไวโอเลตเพื่อฆ่าเชื้อ

ด้านการกินอาหาร สีดอทองม้วนได้รับข้าวโพด อ้อย มะม่วง และกล้วย แต่ยังคงกินอาหารและน้ำได้ในปริมาณน้อย ทำให้ปริมาณสารอาหารที่ได้รับยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ทีมสัตวแพทย์จึงยังคงเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนระบบขับถ่ายพบว่าเป็นปกติ ขับถ่ายได้ 3 ครั้ง และมีการผายลมเป็นระยะ ทำให้ไม่มีอาการท้องอืด ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีของระบบทางเดินอาหาร

สำหรับอาการโดยรวมของสีดอทองม้วนยังคงทรงตัว ยังไม่สามารถพยุงตัวเองให้อยู่ในท่านอนตั้งหัวได้ ทำให้ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ยังคงต้องเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

ทางด้าน นายสุทธิชัย โผภูเขียว หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เผยว่า เจ้าหน้าที่และทีมสัตวแพทย์ยังคงเฝ้าดูแลสีดอทองม้วนอย่างใกล้ชิดทุกวัน แม้อาการโดยรวมจะยังทรงตัว แต่เรื่องการกินอาหารและการพยุงตัวยังเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ทีมงานทุกฝ่ายจะทำงานอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้ช้างป่าตัวนี้กลับมาแข็งแรงและใช้ชีวิตในป่าได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระจะประสานงานกับทีมสัตวแพทย์จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 อย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามและประเมินอาการของสีดอทองม้วนเป็นระยะ พร้อมทั้งปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของช้างป่าในแต่ละวัน โดยจะมีการรายงานความคืบหน้าของการรักษาให้ประชาชนทราบเป็นระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้บริเวณจุดรักษาช้างป่า เพื่อความปลอดภัยของทั้งเจ้าหน้าที่และตัวช้างเอง รวมถึงเพื่อไม่ให้เกิดการรบกวนขั้นตอนการรักษาที่กำลังดำเนินอยู่.