ที่ฉะเชิงเทรา เกิดเหตุรถเทรลเลอร์ทหาร กลับจากชายแดน เสียหลักลื่นน้ำฝนช่วงขึ้นสะพานต่างระดับ ขณะกำลังกลับกรุงเทพฯ พุ่งตกสะพาน 2 คัน ทหารเจ็บ 2 นาย เร่งปฐมพยาบาล ก่อนนำส่ง รพ.

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทราได้รับแจ้งเหตุ มีรถเทรลเลอร์ของทหารพุ่งตกจากสะพานวัดทด ถนนสาย 304 ฝั่งขาเข้าเมืองฉะเชิงเทรา ในพื้นที่หมู่ 7 ตำบลบางไผ่ อำเภอเมือง จ.ฉะเชิงเทรา จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ 

พบรถเทรลเลอร์ทหารจำนวน 2 คัน พุ่งตกจากสะพาน โดยคันแรกเป็นรถเทรลเลอร์ที่มีลักษณะพื้นเรียบ พุ่งตกจากสะพาน ลงมากีดขวางการจราจร ในทางคู่ขนาน ทำให้มีทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ทราบชื่อคือ จ.ส.อ.ปรมัตถ์ จันทร์สว่าง อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้า และหัวไหล่ข้างซ้าย และ ส.อ.พีระพัฒน์ ดำรื่น อายุ 28 ปี ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขาขวา ลักษณะผิดรูป ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทรา ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลพุทธโสธร 

นอกจากนี้ยังมีรถเทรลเลอร์ ที่มีลักษณะบรรทุกอีกหนึ่งคันพุ่งตกจากสะพานลงมากระแทกกับพื้นไหล่ทางด้านล่าง โดยที่ตัวพ่วงท้ายยังกีดขวางการจราจรอยู่ 1 ช่องทาง ช่วงคอสะพานขาขึ้น แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ทหารที่เดินทางมาด้วยกัน ทราบว่า รถในขบวนมาจากกรมการขนส่งทหารบก มาด้วยกัน 5 คัน โดยมีรถกระบะนำหน้า 1 คัน ตามด้วยรถบรรทุก 10 ล้อ อีก 2 คัน จากนั้นเป็นรถเทรลเลอร์อีก 2 คันปิดท้าย ซึ่งรถทั้งหมดเดินทางกลับมาจากจังหวัดสระแก้ว หลังขนลวดหนามไปส่งให้หน่วยทหารที่กองกำลังบูรพา ในรอบที่ 3 เสร็จแล้ว และกำลังจะมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปขนลวดหนามในรอบที่ 4 ซึ่งเป็นรอบสุดท้าย เพื่อไปส่งที่ชายแดนสระแก้ว 

ระหว่างที่เดินทางมาบนถนนสาย 304 ช่วงขึ้นสะพานวัดทด จู่ๆ ท้ายรถเทรลเลอร์ก็สะบัด ทั้งที่ขับมาปกติ จนรถเสียหลักไปชนไหล่ทางเลนขวา จากนั้นก็สะบัดมาเลนซ้ายสุด ก่อนพุ่งกระโจนลงมาด้านล่างในช่องคู่ขนาน และกีดขวางการจราจรทั้งเส้นทาง ส่วนรถเทรลเลอร์ที่ตามหลังมาอีกคัน ก็เสียหลักลื่นพุ่งตกถนนเช่นเดียวกัน 

จากการสอบถามชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยทราบว่า ช่วงบริเวณนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่ฝนตก ถนนบริเวณนี้จะลื่นมาก จนไม่สามารถควบคุมรถได้ ซึ่งในเบื้องต้นตรงจุดที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองฉะเชิงเทรา และเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ได้เข้าตรวจสอบและคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแล้ว ส่วนรถทหารที่กีดขวางการจราจรอยู่ ได้ประสานรถยกเข้าทำการเคลื่อนย้ายแล้วเตรียมดำเนินการต่อไป