ประกาศเตือนหยุดรับซื้อ "แร่ทองคำ" หลังพบเบาะแสมีแก๊งแอบบุกรุกพื้นที่ป่า เพื่อขุดดินร่อนหาแร่ทองคำ ลักลอบนำมาขายให้กับร้านทองในเมืองกาญจน์ ย้ำมีโทษทั้งจำและปรับ
วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 น.ส.วริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ลงนามประกาศจังหวัดกาญจนบุรี เรื่องขอให้ผู้ประกอบการร้านค้า งดรับซื้อแร่ทองคำที่เชื่อได้ว่ามาจากการกระทำผิดกฎหมาย โดยระบุว่า
ด้วยจังหวัดกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ว่ามีกลุ่มบุคคลแอบบุกรุกพื้นที่ป่า เพื่อขุดดินร่อนหาแร่ทองคำในพื้นที่ป่าปิล๊อกคี่ หมู่ที่ 4 ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โดยที่ผ่านมาอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ในคดีแอบลักลอบขุดดินเพื่อร่อนหาแร่ทองคำพร้อมอุปกรณ์การกระทำความผิดเป็นจำนวนมาก
ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบัน ราคาทองคำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้มีนายทุนเข้ามารับซื้อแร่ทองคำเพื่อหาประโยชน์จากการค้าแร่ทองคำ อีกทั้งยังพบว่ามีนายทุนและผู้กระทำผิดนำแร่ทองคำไปขายยังร้านทองในจังหวัดกาญจนบุรี และปัญหาการเข้าไปแอบลักลอบขุดดินเพื่อร่อนแร่ทองคำดังกล่าว ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ อีกด้วย
ดังนั้น จังหวัดกาญจนบุรีขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการร้านค้าที่รับซื้อแร่ทองคำ งดรับซื้อแร่ทองคำจากบุคคลที่เชื่อได้ว่าได้ทองคำมาจากการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ การซื้อขายแร่ดังกล่าวมีความผิดตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2560 มาตรา 99 การซื้อแร่ การขายแร่ การครอบครองแร่หรือการขนแร่ ต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่
หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่สามเท่าถึงห้าเท่าของมูลค่าแร่ หรือทั้งจำทั้งปรับ และการซื้อขายทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดจากการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบยังเป็นความผิดมูลฐาน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (15) หากท่านพบบุคคลที่นำทองคำจากการกระทำความผิดตามกฎหมายมาขาย ขอให้แจ้งไปยังสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป้ง) หมายเลขโทรศัพท์ 032-211025 จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ 15 ก.ค.2569
ทางด้าน นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการร้านค้าทอง ร้านรับซื้อของเก่า และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง งดรับซื้อแร่ทองคำ หรือวัตถุที่มีลักษณะเป็นแร่ทองคำ ที่ผู้นำมาขายไม่สามารถแสดงที่มาของแร่ได้อย่างชัดเจน ซึ่งเชื่อได้ว่าได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันและยับยั้งการลักลอบทำเหมืองแร่ การบุกรุกพื้นที่ป่าและพื้นที่อนุรักษ์ ตลอดจนการรับซื้อทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด อันเป็นการร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม หากพบเห็นการลักลอบทำเหมืองแร่ การซื้อขายแร่ทองคำที่ผิดกฎหมาย หรือมีข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำดังกล่าว ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือโทรสายด่วน 191 หรือแจ้งหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม มีรายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ร้อย ตชด.135 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอทองผาภูมิ และตำรวจ สภ.ปิล๊อก สนธิกำลังจับกุมขบวนการลักลอบขุดดินร่อนหาแร่ทองคำมาตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2567
จุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ป่าเขา ซึ่งเป็นลุ่มน้ำชั้น 1A ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ซ้อนทับกับป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาช้างเผือก พื้นที่บ้านปิล๊อกคี่ หมู่ 4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ห่างจากแนวชายแดนไทย–เมียนมา ประมาณ 4 กิโลเมตร การกระทำของกลุ่มบุคคลดังกล่าวนั้น ทำให้ภูเขาถูกขุดเจาะลึกเข้าไปในภูเขาจนพรุ่น กลายเป็นอุโมงค์ขนาดย่อมๆ ที่สำคัญพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1A ผืนป่าถูกทำลายได้รับความเสียหาย 2 แปลง รวมกว่า 27 ไร่ ประเมินมูลค่าความเสียหายทางทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นสมบัติของชาติไทยกว่า 1,500,000 บาท
การนำกำลังเข้าจับกุมผู้กระทำความผิดแต่ละครั้ง จะต้องเดินทางทั้งทางเรือและเดินเท้าผ่านป่าและภูเขาที่สลับซับซ้อน บางครั้งต้องเดินเท้าอ้อมหมู่บ้าน บางครั้งต้องปลอมตัวเป็นชาวบ้านคล้ายเข้าไปเก็บหาของป่า เพราะเจ้าหน้าที่รู้ว่ามีสายคอยส่งข่าวให้ผู้กระทำผิดรู้ตัวสามารถหลบหนีการจับกุมไปได้ แต่อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมผู้กระทำผิดพร้อมของกลางเป็นจำนวนมาก ศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษาจำคุกมาแล้วหลายราย แต่กลุ่มบุคคลเหล่านี้ก็ยังไม่เข็ดหลาบ ซึ่งผู้กระทำผิดส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยง พม่า ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านปิล๊อกคี่ รวมถึงกลุ่มบุคคลที่ข้ามชายแดนเข้ามากระทำผิด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี จึงมีประกาศดังกล่าวขึ้นมา.