ไม่ได้เป็นเจ้าแม่ "เจ๊ทราย" เจ้าของรถบรรทุกแต่งซิ่ง เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว พร้อมยืนยันจ่ายสดค่าปรับ ไม่เคยจ่ายส่วย เตรียมแจ้งความคนด่าให้เสียหาย
จากกรณี "จ่าจักรจราจรไทรน้อย" และ "เพจที่นี่ไทรน้อย" ได้ประกาศปิดเพจเฟซบุ๊ก จนทำให้มีการตั้งข้อสงสัยถึงเหตุการณ์จับ "รถบรรทุกพ่วง" ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา จนกลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ ต่อมา ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของแฟนเพจเฟซบุ๊กต้องออกมาชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (ตำรวจไทรน้อย "จ่าจักร" แจงสาเหตุปิดเพจ ยืนยันไม่เกี่ยวปมจับ "รถบรรทุกพ่วง", ตำรวจเจ้าของเพจ "ที่นี่ไทรน้อย" แจงสาเหตุปิดเพจ ยืนยันไม่เกี่ยวปมรถบรรทุกแต่ง)
ล่าสุด วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สภ.ไทรน้อย นางอังคณา หรือ เจ๊ทราย อายุ 42 ปี ชาวจังหวัดนครปฐม คนขับรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ชุดแต่งรอบคัน ทะเบียนนครปฐม ตามคลิปที่ถูกเผยแพร่ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก.สภ.ไทรน้อย พร้อมรถบรรทุกคันก่อเหตุ
จากการสอบถาม นางอังคณา กล่าวว่า ตนเป็นคนขับรถวันเกิดเหตุและเป็นเจ้าของรถ วันนั้นขับรถเลนขวาและไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ทำผิดถูกตำรวจจับขอดูใบขับขี่ สาเหตุที่วิ่งขวาเพราะในช่องทางทางซ้ายมีรถจำนวนมาก หลังตำรวจเรียกให้จอด ทางตำรวจก็ชี้แจงว่าวิ่งขวามีความผิด ตนก็ยอมรับและให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเขียนใบสั่ง ตนรีบมากจะไปทำงานต่อ แต่ตำรวจให้รอผู้กองก่อน
...
ขณะที่ตำรวจบอกว่าเขียนไม่ได้ไม่มีทะเบียน ตนจึงไปเอาทะเบียนที่หลุดที่วางอยู่หน้ารถมาให้ แต่ตำรวจก็ไม่เขียนใบสั่งบอกว่าต้องติดทะเบียนให้เรียบร้อยก่อน ตนไม่มีอุปกรณ์ที่จะติดแผ่นป้ายทะเบียน แต่ตำรวจไม่ยอม ตนยอมรับว่าจะต้องไปปรับที่ สภ.ไทรน้อย ก็ได้ ซึ่งวันเกิดเหตุคือวันที่ 11 มิถุนายน เวลาประมาณ 10.20 น. รถตนบรรทุกทรายจากไทรน้อยจะไปสาย 1 ที่บ้าน ไม่เคยแสดงตัวว่าเป็นใคร จะขับมาไทรน้อยประมาณเดือนละครั้ง วันนี้ที่มาพบตำรวจเพื่อมายืนยันว่าตนไม่ได้เป็นเจ้าแม่ ไม่ได้จ่ายส่วย ไม่ได้เป็นผู้มีอิทธิพลอะไร วันที่ถูกจับรอเป็นชั่วโมงเพื่อไกล่เกลี่ย เพราะตำรวจจับแต่ไม่ยอมแจ้งจนตนโมโห จนตนจะแจ้งความเรื่องกักขังหน่วงเหนี่ยว ทางผู้กำกับยอมที่จะเตือนเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ จนตนใจเย็นลง
นางอังคณา กล่าวว่า จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียล ตนกับผู้กำกับ สภ.ไทรน้อย ไม่รู้จักมาก่อนและท่านพยายามไกล่เกลี่ยให้เรื่องมันจบด้วยดี ไม่มีปัญหา ไม่ได้ใช้เส้นใช้ตออะไร รถบรรทุกที่แต่งเป็นความชอบส่วนตัวและยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปรับไปตามสภาพ ตนชอบรถบรรทุกและรักมาก แค่ชอบการแต่งรถให้สวย ไม่เคยชนใครตาย รถตนมีทั้งประกันและ พ.ร.บ.
ทั้งนี้ เคยเสียเงินหลังจากมีรถจักรยานยนต์ขับมาชนจนตาย แต่ตนต้องเป็นคนจ่ายเงินเกือบ 2 ล้านเป็นค่าเสียหาย อุบัติเหตุที่เกิดส่วนใหญ่รถอื่นจะมาชน ก่อนหน้าตนเคยบรรทุกเกิน แต่ตอนนี้เลิกหมด แค่แต่งรถให้สวยเท่านั้นเพราะชอบเป็นการส่วนตัว
สำหรับตุ๊กตาหน้ารถติดเพื่อความสวยงาม ไม่ใช่ส่วย ไม่ต้องมาถาม ไม่มีใครบอกว่าจ่ายส่วยแบบไหน ทางใครทางมัน ใครจะแบกใครจะเคลียร์ได้ตนไม่เกี่ยว ตนผิดแค่รถแต่งซิ่ง ยอมเสียค่าปรับ ความชอบแต่ละคนไม่เหมือนกัน เป็นความชอบส่วนตัว ตนยอมให้จับถึงคนอื่นจะมองว่ารกเกะกะตา
ส่วนคนที่มาโจมตีเรื่องการแต่งรถแบบหยาบคาย อยากถามว่าใช้สมองส่วนไหนคิด การแต่งรถแต่ละคันใช้เงินหลายแสน ตนชอบแต่งรถยอมถูกจับเสียค่าปรับ ส่วนคนที่ถ่ายรูปรถตนไปลงในโซเชียล จะแจ้งความดำเนินคดีเพราะถูกด่าเสียหาย
ทางด้าน พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก.สภ.ไทรน้อย กล่าวว่า วันเกิดเหตุเจ้าของรถบรรทุกจะแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ตนจึงได้พยายามอธิบายเรื่องข้อกฎหมายว่ามันไม่เข้าเพราะเป็นช่วงเวลาในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ตนจึงออกมาปกป้องในส่วนของลูกน้องที่กำลังปฏิบัติงาน และชี้แจงให้กับคนขับรถบรรทุกเพื่อทำความเข้าใจและให้ใจเย็น
...
ส่วนความผิดของรถบรรทุกที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้อำนาจกฎหมายตามพ.ร.บ.จราจร ทุกข้อหา แต่ในเรื่องกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลนั้น ตนตั้งใจทำงาน ทำสิ่งที่ถูกต้อง แต่ถูกกระแสโซเชียลต่อว่า รวมทั้งต่อว่าผู้บังคับบัญชาตน ต่อว่าครอบครัวตน ซึ่งทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็ไม่สบายใจ และก็ไม่ได้รู้จักกับคนขับรถบรรทุก สิ่งที่เกิดขึ้นกับตนและครอบครัวใครรับผิดชอบ
สำหรับรถบรรทุกที่ทำผิด ทาง สภ.ไทรน้อย จับกุมทุกคัน รถคนอื่นก็จับกุมทั้งหมด ตนมีหน้าที่สร้างความสงบสุขให้กับคนในพื้นที่อำเภอไทรน้อย พยายามทำหน้าที่อย่างถูกต้อง แต่กลับต้องมาถูกต่อว่า ถ้าบุคคลที่ด่าทอจนเกิดความเสียหายและไม่ยอมหยุด ก็จะแจ้งความดำเนินคดี เพราะตนมีเกียรติมีศักดิ์ศรี
ขณะที่ จ.ส.ต.บรรณภพ สังข์ไพโรจน์ ผบ.หมู่งานจราจร สภ.ไทรน้อย เจ้าของเพจจ่าจักรจราจรไทรน้อย กล่าวว่า สาเหตุที่ตนปิดเพจไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชนตออะไร ผู้กำกับก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเปิดเพจของตน ตนทำเพจด้วยตัวเองมันเป็นเพจส่วนตัวของตน แอดมินคือตนคนเดียว มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาเยอะ ทำให้ตนไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ทั่วถึง ต้องมีการประสานกับหน่วยงานอื่น ตนถึงได้ยุติเพจนี้ก่อนเพื่อที่จะปรับปรุงใหม่แค่นั้นเอง ซึ่งช่วงเวลาที่ปิดเพจก็ห่างกับวันที่เกิดเหตุ.
...