พระลูกวัดที่ราชบุรี น้ำหนักพุ่งกว่า 260 กิโล แถมมีโรคแทรกซ้อนหลายโรค จนตอนนี้สูญเสียการมองเห็นที่ตาข้างซ้าย อยากได้รับการรักษา หวั่นป่วยติดเตียงในอนาคต
วานนี้ (18 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดตาลปากลัด ต.คุ้งพยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี หลังทราบว่าพระลูกวัดมีน้ำหนักตัวมากกว่า 200 กิโลกรัม เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) คุ้งพยอม พร้อมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และผู้ใหญ่บ้าน กำลังตรวจสุขภาพให้กับ พระนันทวัฒน์ อิทธิเตโช อายุ 34 ปี พระลูกวัดวัดตาลปากลัด ซึ่งมีรูปร่างอ้วนใหญ่ เดินไม่ค่อยสะดวก แต่ยังคงมีสีหน้าที่สดใส โดยผลการตรวจเบื้องต้นพบว่า ความดันโลหิตสูง แต่ระดับน้ำตาลในเลือดยังไม่เกินค่ามาตรฐาน
พระนันทวัฒน์ อิทธิเตโช เปิดเผยว่า อาตมาบวชศึกษาพระธรรมมาแล้ว 14 ปี และสามารถสอบได้เปรียญธรรม 2 ประโยค ปัจจุบันมีน้ำหนักตัวมากถึง 260 กิโลกรัม โดยเริ่มมีปัญหาเรื่องน้ำหนักมาตั้งแต่อายุประมาณ 15 ปี ซึ่งขณะนั้นมีน้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม ก่อนที่น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 5 - 10 กิโลกรัมอย่างต่อเนื่อง ปัญหาน้ำหนักตัวส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ทั้งเรื่องการเดินที่สามารถเดินได้ไม่กี่สิบเมตรก็ต้องนั่งพักเหนื่อย รวมไปถึงภาวะความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ต้อหิน และอยู่ในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน อีกทั้งยังสูญเสียการมองเห็นที่ดวงตาข้างซ้าย ทำให้ปัจจุบันไม่สามารถปฏิบัติกิจของสงฆ์ได้ตามปกติ
...
พระนันทวัฒน์ กล่าวต่อว่า จนเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบ้านโป่ง จากอาการปวดตาอย่างรุนแรงนานกว่า 2 เดือน ในช่วงดังกล่าวทางโรงพยาบาลได้ควบคุมด้านโภชนาการ ทำให้น้ำหนักตัวลดลงไปประมาณ 20 กิโลกรัม แต่หลังจากกลับมาใช้ชีวิตที่วัดตามปกติ น้ำหนักกลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากไม่สามารถเลือกฉันอาหารได้ รวมถึงมีพฤติกรรมชอบดื่มน้ำหวานและน้ำอัดลมเป็นประจำ เมื่อรู้สึกโหยจากการขาดน้ำตาล และยอมรับว่ามีความกังวลต่อปัญหาสุขภาพในอนาคต โดยเฉพาะหากต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง หรือจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งอาจสร้างภาระให้กับพระผู้ดูแล จึงมีความประสงค์จะเข้ารับการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพในระยะยาว
นางบุษมาลี เมืองฉิม พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รักษาการ ผอ.รพ.สต.คุ้งพยอม กล่าวว่า ทางหน่วยบริการได้ติดตามและประเมินสุขภาพของพระนันทวัฒน์มาอย่างต่อเนื่อง พบว่ามีภาวะโรคอ้วนเรื้อรังสะสมเป็นเวลานาน มีโรคประจำตัว ได้แก่ ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง เกิดจากภาวะแทรกซ้อนจนสูญเสียการมองเห็นที่ตาข้างซ้าย จึงได้ให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ทั้งด้านอาหาร การพักผ่อน การออกกำลังกาย การรับประทานยา รวมถึงการติดตามผลตรวจสุขภาพเป็นประจำ
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ อสม. ในพื้นที่ เตรียมประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากญาติโยม ที่นำอาหารมาถวายพระ ให้เลือกอาหารที่เหมาะสมต่อสุขภาพมากขึ้น เช่น ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ลดอาหารหวาน ลดน้ำอัดลม และควบคุมปริมาณผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เพื่อช่วยควบคุมน้ำหนัก และลดความเสี่ยงโรคแทรกซ้อน ส่วนการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารนั้น จะต้องผ่านการประเมินจากแพทย์อย่างละเอียด ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่มองว่า พระนันทวัฒน์มีโอกาสเข้ารับการรักษาดังกล่าวได้ เนื่องจากมีความตั้งใจให้ความร่วมมือ และได้รับกำลังใจจากเจ้าอาวาส และพระภายในวัด รวมถึงเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งพร้อมให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเตรียมประสานส่งต่อไปยังโรงพยาบาลบ้านโป่ง เพื่อดูแลรักษาเฉพาะทางต่อไป