“ส.ต.ท.” ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองปทุมธานี ปลิดชีพตัวเอง เสียชีวิตภายในป้อมแยกปทุมวิไล เมียเผยติดต่อไม่ได้ทั้งคืน ออกตามหา จนมาเจอว่าเสียชีวิต คาดเครียดหนี้สิน
เมื่อเวลา 06.10 น. วันที่ 16 มิถุนายน 2569 พ.ต.ท.ชัยพัชร์ อารีย์วงษ์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งจาก จ.ส.ต.ณัฐพล คงจิตรกล้า ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองปทุมธานี ว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจปลิดชีพตัวเอง เสียชีวิตภายในตู้ควบคุมสัญญาณจราจรจุดแยกปทุมวิไล ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาให้ทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี พ.ต.ท.เกษม ศรีจันทร์อินทร์ รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ท.ชูชีพ เกษรสกุล สวป.ฯ พ.ต.ท.วีระ นุชศิลป์ รอง ผกก.จร.ฯ พ.ต.ท.วีระยุทธ ครรชูติ สว.จร.ฯ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุ ภายในห้องควบคุมสัญญาณไฟจราจร พบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ ส.ต.ท.ภควัต แก้วเขียว หรือ หมู่เก่ง อายุ 26 ปี ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองปทุมธานี (รหัส เมืองปทุม 6023) สภาพศพมีร่องรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่ขมับฝั่งขวา 1 นัด เสียชีวิตในลักษณะนั่งอยู่บนโซฟาและพบว่าที่มือขวาถืออาวุธปืนขนาด 9 มม.ไว้ เจ้าหน้าที่จึงประสาน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (ศพฐ.1 ปทุมธานี) มาทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุ พร้อมบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานและรอตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด
จากการสอบถาม จ.ส.ต.ณัฐพล คงจิตรกล้า ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองปทุมธานี ที่มาพบศพคนแรก ทราบว่า ก่อนพบศพเมื่อช่วงเช้ามืดได้มีการปล่อยแถวจราจร แต่ปรากฏว่า ส.ต.ท.ภควัต ไม่ได้มาทำการปล่อยแถว ตนและเพื่อนๆจราจรพยายามติดต่อทั้งทางวิทยุสื่อสารและโทรเข้ามือถือ ก็ไม่สามารถติดต่อได้ และเมื่อปล่อยแถวเสร็จตนก็ขับรถมาดูที่ป้อมควบคุมไฟจราจรแยกปทุมวิไล ก็พบรถจักรยานยนต์ประจำตัวของ ส.ต.ท.ภควัต จอดอยู่ข้างประตูโดยประตูล็อกอยู่ ตนจึงได้เคาะเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบ ก่อนเดินไปแง้มดูที่ขอบหน้าต่างก็พบว่า ส.ต.ท.ภควัต นอนนิ่งอยู่บนโซฟา จึงรีบแจ้งกู้ภัยและทำการงัดประตู ก่อนพบว่าเสียชีวิตแล้ว
...
ต่อมาได้มี นางสาวชลพิชา อายุ 20 ปี ภรรยาเดินทางมาที่เกิดเหตุ พร้อมกล่าวว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณสองทุ่ม ส.ต.ท.ภควัต เข้ามาหาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร จากนั้นตั้งแต่เวลาสี่ทุ่ม ตนเองโทรศัพท์ติดต่อไปแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้และได้ออกตามหาจนถึงประมาณตีสองก็ไม่พบตัว จึงได้ไปแจ้งติดต่อถามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เมืองปทุมธานี ก็ไม่มีใครพบ จนกระทั่งเช้านี้มาทราบจากเพื่อนรุ่นพี่เขาว่าสามีเสียชีวิตแล้ว ส่วนสาเหตุนั้นน่าจะเป็นปัญหาส่วนตัวของ ส.ต.ท.ภควัต เพราะเขาเคยเล่าให้ฟังเพียงว่า มีหนี้สินเยอะและเพิ่งกลับไปบ้านเมื่อไม่นาน โดยเคยเห็นมีปัญหากับทางบ้านแต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร ซึ่งเขาเคยจะคิดจะทำร้ายตัวเองหลายครั้ง ตนพยายามห้ามไว้ กระทั่งมาก่อเหตุในครั้งนี้
ด้าน พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี กล่าวเปิดเผยว่า ส.ต.ท.ภควัต เข้าปฏิบัติงานที่ สภ.เมืองปทุมธานี ได้ประมาณ 4 ปีแล้ว ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบต่องาน เป็นคนขยันขันแข็งและมักจะยืนโบกรถให้นักเรียนข้ามถนนในบริเวณดังกล่าว อีกทั้งยังเป็นที่ชื่นชมของทางโรงเรียนปทุมวิไลถึงการปฏิบัติงานที่ผ่านมา แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ทราบมาก่อนว่าเขามีปัญหา แต่เห็นหน้าตาเคร่งเครียดมา 2-3 วันแล้ว เมื่อคืนก็ทำงานเข้าเวรอยู่ที่ตู้ดังกล่าว กระทั่งทราบว่าเมื่อคืนภรรยาก็ตามหาตลอดทั้งคืน และเช้าวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจราจรได้ปล่อยแถวปฏิบัติงานประจำทุกเช้า ได้เดินทางมาที่ตู้ควบคุมไฟจราจรก็เห็นว่าที่ตู้มีการเปิดแอร์ไว้ และมีรถจักรยานยนต์จราจรจอดอยู่ 1 คัน เมื่อเข้าไปดูก็พบว่า ส.ต.ท.ภควัต เสียชีวิตแล้ว
ส่วนสาเหตุที่เป็นมูลเหตุจูงใจให้ก่อเหตุดังกล่าว เบื้องต้นทราบว่า มีปัญหาหนี้สินและปัญหาภายในครอบครัว เรื่องการซื้อขายที่ดินกันระหว่างคนในครอบครัว อย่างไรก็ตามจะได้สอบสวนอย่างละเอียดและตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนศพได้มอบให้มูลนิธิฯ นำส่งศพชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง ก่อนมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป