ศาลเยาวชนกาญจนบุรี ทำ MOU ร่วมกับ สสจ.กาญจนบุรี เพื่ออำนวยความยุติธรรม และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน พร้อมทั้งพัฒนาระบบการดูแล บำบัด ฟื้นฟู และส่งต่อผู้กระทำความผิด

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 มิ.ย. 69 ที่ห้องประชุมแควใหญ่ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี นางสาวเบญจพร  รุ่งทรัพย์ไพบูลย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานเปิดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี เพื่ออำนวยความยุติธรรมและสร้างเสริมคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และครอบครัวในกระบวนการยุติธรรมจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมทั้งพัฒนาระบบการดูแล แก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และส่งต่อผู้กระทำความผิด ผู้เสียหาย ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง รวมทั้งครอบครัวที่เกี่ยวข้อง ให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง โดยมีนายแพทย์ธีรพจน์ ฟักน้อย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี เป็นผู้ร่วมลงนาม

มีนางจันทร์จิรา พัฒนศิริ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาญจนบุรี นางสาวอุไรรัตน์  ขูดแก้ว หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี คณะผู้พิพากษาสมทบและผู้ประนีประนอมศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี ผู้แทนจากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมเป็นพยาน

หลังพิธีเปิด นางสาวเบญจพร รุ่งทรัพย์ไพบูลย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างเครือข่ายในกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว ในวันนี้ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ที่จัดทำขึ้น เพื่ออำนวยความยุติธรรม และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชนและครอบครัวในกระบวนการยุติธรรมจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมทั้งเป็นการพัฒนาระบบเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งในกระบวนการดูแล แก้ไข บำบัด ฟื้นฟูผู้กระทำความผิด รวมไปถึงผู้เสียหาย ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง หรือแม้กระทั่งครอบครัวที่เกี่ยวข้อง สอดรับกับนโยบายในการจัดตั้งศูนย์สร้างเสริมคุณภาพครอบครัว และศูนย์ติดตามด้วยความห่วงใยประจำศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี 

...


โดยภารกิจหลัก คือ ความร่วมมือในการช่วยเหลือ สร้างเสริมความเข้มแข็ง ทั้งยังประคับประคอง สงเคราะห์ ช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และครอบครัวที่ไม่ใช่เป็นการติดตามดูแลในระบบด้วยการควบคุมความประพฤติเท่านั้น แต่เป็นการสร้างทัศนคติที่ดีในการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชนและหน่วยงานราชการที่มีพลังที่ยิ่งใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงสังคม

ซึ่งการลงนามบันทึกข้อตกลงในวันนี้ เป็นนิมิตหมายอันดีแห่งการประสานความร่วมมือระหว่างทั้งสองหน่วยงาน เพื่อสร้างโอกาสและอนาคตที่ดีให้แก่เด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม เสริมสร้างความเข้มแข็งแก่สถาบันครอบครัว ชุมชน และสังคม อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนชาวจังหวัดกาญจนบุรีสืบไป

ถามว่า MOU ฉบับนี้ ได้มีการปรับแนวคิดในการทำงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายอย่างไรบ้างนั้น ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี มีแนวทางการทำงานที่มุ่งเน้น การแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และคุ้มครองสิทธิสวัสดิภาพของเด็ก เยาวชน รวมถึงบุคคลในครอบครัวเป็นสำคัญ

ที่ผ่านมาในคดีอาญา ศาลได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายในการดูแลแก้ไขผู้กระทำความผิดเป็นอย่างดี แต่สิ่งหนึ่งที่ศาลให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ ผลกระทบทางจิตใจของเด็กและเยาวชนในคดีครอบครัว ซึ่งเป็นคดีแพ่ง เช่น คดีฟ้องหย่า คดีเรียกค่าทดแทนจากชู้ หรือคดีเกี่ยวกับการใช้อำนาจปกครองบุตร ซึ่งในระหว่างการพิจารณาคดีนั้น ความขัดแย้งของบิดามารดาอาจส่งผลกระทบต่อสภาวะจิตใจและสร้างความเครียดสะสมแก่ผู้เยาว์โดยที่บิดามารดาคาดไม่ถึง

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ จึงเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงภารกิจและขับเคลื่อนการทำงานร่วมกัน โดยเมื่อศาลประเมิน พบว่า เด็ก เยาวชน หรือบุคคลในครอบครัว มีภาวะที่ต้องได้รับการดูแลด้านสุขภาพจิต สุขภาพกาย ที่ยั่งยืน

ความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของประธานศาลฎีกาในการจัดตั้งศูนย์สร้างเสริมคุณภาพครอบครัว และศูนย์ติดตามด้วยความห่วงใยใส่ใจประจำศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี โดยมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดูแล ช่วยเหลือ และฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง มิใช่เพียงการติดตามดูแลภายใต้มาตรการคุมประพฤติเท่านั้น แต่ยังมุ่งเสริมสร้างโอกาสและพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ

ด้าน นายแพทย์ธีรพจน์ ฟักน้อย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี เผยว่า การร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือเกี่ยวกับการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และส่งต่อเด็ก เยาวชน และครอบครัวในกระบวนการยุติธรรม เพื่อยกระดับการดูแลช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง

ความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการการทำงานระหว่างศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรีกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี ในการดูแลด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการบำบัดฟื้นฟูผู้ที่มีปัญหาการใช้สารเสพติด ตลอดจนสนับสนุนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัว ชุมชน และสังคมได้อย่างปกติสุข

นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันดำเนินงานด้านการติดตามดูแลเด็กและเยาวชนที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของศาล การเข้าร่วมประชุมกลุ่มเยียวยา การสนับสนุนวิทยากรด้านกฎหมาย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านกฎหมาย การแพทย์ และสาธารณสุข รวมถึงการประสานงานร่วมกันเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเด็ก เยาวชน และครอบครัวในจังหวัดกาญจนบุรี

...

การลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกระบวนการยุติธรรมและระบบสาธารณสุข เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสในการกลับคืนสู่สังคมของเด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน