ไฟไหม้ห้องไดโน่เทส ในบริษัทที่ปทุมธานี ย่างสดช่างจูนเนอร์รถยนต์เสียชีวิตคาที่ น้องชายที่มาด้วยกันเห็นคาตา แต่ช่วยไม่ทัน เจ้าของร้านเผย พบประกายไฟที่กระเด็นใส่ฉนวนกันเสียง ก่อนเพลิงไหม้รุนแรง
เมื่อเวลา 19.50 น. วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ร.ต.ท.ธนกร โมรา รอง สว.(สอบสวน) สภ.คลองหลวง รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ห้องทดสอบแรงม้ารถยนต์ (ไดโน่เทส) และมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดภายในบริษัทแห่งหนึ่ง ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลเมืองคลองหลวง จำนวน 4 คัน และพร้อมด้วย พ.ต.ท.สุชัย แสงส่อง รอง ผกก.(สอบสวน) รรท.ผกก.สภ.คลองหลวง, พ.ต.ท.กวินเวทย์ วิริยะสิริภักดี รอง ผกก.ป. สภ.คลองหลวง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และแพทย์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียว ภายในห้องทดสอบมีการติดตั้งฉนวนโฟมและใยแก้วเพื่อป้องกันเสียง พบแสงเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงทั่วทั้งห้อง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องเร่งระดมฉีดน้ำสกัด โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ จากการตรวจสอบพบรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด ที่จอดอยู่บนแท่นทดสอบถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคัน นอกจากนี้บริเวณห้องรับรอง พบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือ นายธนวัฒน์ ดุละลัมพะ หรือ “ช่างแว่น” อายุ 48 ปี ช่างจูนเนอร์รถยนต์ สภาพศพถูกไฟคลอกจนไหม้เกรียม
จากการสอบถาม นายสายชล ดุละลัมพะ หรือ “ช่างอ้วน” อายุ 47 ปี น้องชายของผู้เสียชีวิต ให้การว่า ตนและพี่ชายพร้อมด้วยช่างจูนเนอร์ ได้นำรถของลูกค้ามาใช้บริการทดสอบแรงม้าที่ร้านแห่งนี้เป็นครั้งที่ 2 ขณะที่กำลังปรับจูนเครื่องยนต์อยู่นั้น ปรากฏว่ามีประกายไฟพุ่งออกจากท่อไอเสีย ไปติดฉนวนซับเสียงแบบโฟมที่อยู่ด้านหลัง ทำให้เพลิงลุกไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว จังหวะนั้นตนกำลังยืนคุยโทรศัพท์กับลูกค้าอยู่หน้าห้อง เมื่อหันกลับมาก็พบว่าไฟได้ลุกไหม้เต็มพื้นที่แล้ว และมองไม่เห็นพี่ชายของตนเอง
...
ด้าน นายกฤธภพ ปานแก้ว อายุ 35 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ก่อนเดินเครื่องไดโน่เทส ตนได้แนะนำวิธีการใช้งาน รวมถึงตำแหน่งการกดปุ่มหยุดฉุกเฉินและได้เตรียมถังดับเพลิงไว้ให้ลูกค้าแล้ว ขณะเกิดเหตุเพลิงเริ่มลุกไหม้จากด้านหลัง ตนพยายามนำถังดับเพลิงไปฉีดสกัดแต่ไม่เป็นผล กระทั่งเห็นผู้เสียชีวิตกำลังถูกไฟคลอก จึงรีบหันถังเคมีไปฉีดเพื่อช่วยเหลือ โดยขณะนั้นภายในห้องมีคนอยู่รวม 4 คน ซึ่งในช่วงแรกผู้ได้รับบาดเจ็บยังมีสติอยู่ แต่เนื่องจากเพลิงลุกโหมอย่างรุนแรงจากประกายไฟที่กระเด็นใส่ฉนวนกันเสียง ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือออกมาได้ทัน
ด้าน พ.ต.ท.สุชัย แสงส่อง รอง ผกก.(สอบสวน) รรท.ผกก.สภ.คลองหลวง กล่าวว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้กั้นพื้นที่เกิดเหตุไว้ เพื่อรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้อย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งเร่งสอบปากคำพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้มอบหมายให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำส่งสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อทำการชันสูตรอย่างละเอียด ก่อนจะประสานญาติให้มารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป