กรมชลประทานร่วมกับ กฟผ.ปรับแผนบริหารจัดการน้ำ โดยทยอยลดการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ลดผลกระทบริมแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง หลังฝนตกชุกในภาคเหนือและภาคกลางตอนบน
เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยข้อมูลปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนยังคงไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาต่อเนื่อง หลังจากได้รับอิทธิพลของฝนตกสะสมในหลายพื้นที่ของภาคเหนือและภาคกลางตอนบน ทำให้ระดับน้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 พ.ค.2569 เวลา 06.00 น. ที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,095 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที ขณะที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 690 ลบ.ม./วินาที ยังไม่กระทบต่อพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในขณะนี้
ทั้งนี้ กรมชลประทานร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ปรับแผนบริหารจัดการน้ำ โดยทยอยลดการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล จ.ตาก และเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ แบบขั้นบันได ในช่วงวันที่ 25 - 31 พ.ค.2569 เพื่อชะลอปริมาณน้ำไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างให้เหมาะสมกับสถานการณ์ฝนตกในพื้นที่ โดยเขื่อนภูมิพลจะปรับลดการระบายน้ำจากวันละ 25 ล้าน ลบ.ม. เหลือ 15 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนสิริกิติ์ ปรับลดจากวันละ 20 ล้าน ลบ.ม. เหลือ 12 ล้าน ลบ.ม. ตามลำดับ เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำให้มากที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า กรมชลประทาน ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานทุกแห่งในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง (ลุ่มน้ำเจ้าพระยา) ติดตามสถานการณ์น้ำ สภาพอากาศและปริมาณฝนอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ในระยะนี้
...