"ศุภมาส" ลุยตรวจพื้นที่สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค หลังพบเคส "ปลากระป๋องไม่ตรงปก" ขณะที่ผลตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ พบเป็น "ปลานิล" ด้าน อย. ชี้โทษหนัก "อาหารปลอม" คุกสูงสุด 10 ปี


เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เพื่อตรวจสอบและติดตามจากกรณีที่กระแสสังคมออนไลน์มีข้อกังวลเกี่ยวกับส่วนผสมปลากระป๋อง ที่มีการเปลี่ยนวัตถุดิบเป็นปลาชนิดอื่นแทนปลาแมคเคอเรล ตามที่ได้รับอนุญาตและแสดงบนฉลากสินค้า

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจต่อสิ่งที่ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน แม้ในกรณีดังกล่าว ทางผู้ประกอบการจะมีการเยียวยาแก่ผู้เสียหายเบื้องต้นแล้ว เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำ และคืนความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องมีการตรวจสอบและติดตามข้อเท็จจริง เพื่อความปลอดภัยทั้งร่างกายและทรัพย์สินของผู้บริโภค

โดยก่อนหน้านี้ ทาง อย. และ สสจ.สมุทรสาคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานต้นเหตุ พบว่าสถานที่ผลิตไม่ผ่านหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP) และพบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ใช้ปลาชนิดอื่น ไม่ตรงตามฉลากที่แสดงบนบรรจุภัณฑ์ ถือว่าเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ฐานผลิตอาหารปลอม โทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท และฐานแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญ มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท

ในนามของรัฐบาล ขอเน้นย้ำว่าความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค คือหัวใจสำคัญของการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เราจะดำเนินการทุกมาตรการเพื่อรักษามาตรฐานดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ในราคาที่เป็นธรรม ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหาย มีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหายจากการใช้สินค้าหรือบริการดังกล่าว ตามสิทธิขั้นพื้นฐาน ของ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค

...

ทั้งนี้ หากผู้บริโภคได้รับความเสียหายจากการซื้อสินค้าหรือบริการ สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 หรือร้องทุกข์ผ่านทางแอปพลิเคชัน OCPB connect และ เว็บไซต์ ocpb.go.th สำหรับในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นสามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม ณ ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด

ทางด้าน เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้สั่งระงับการผลิตและเก็บตัวอย่างส่งพิสูจน์สายพันธุ์ปลาที่กรมประมงเรียบร้อยแล้ว 

จากการตรวจสอบโรงงานพบว่าสถานที่ผลิตไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน GMP ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายต่อสุขอนามัย และที่สำคัญคือพบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ปลาชนิดอื่นจริงตามที่เป็นข่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการอายัดผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องที่เป็นข่าวและยี่ห้ออื่นที่พบทั้งหมด ณ สถานที่ผลิตจำนวน 12,760 กระป๋อง และที่พบ ณ สถานที่จำหน่ายจำนวน 250 กระป๋อง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง 

ทั้งนี้ ขอย้ำว่าการใช้ปลาชนิดอื่นแทนปลาที่ได้รับอนุญาตและแจ้งบนฉลาก ถือเป็นการหลอกลวงและเข้าข่าย "อาหารปลอม" ตาม พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท และฐานแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญ มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท กรณีผลการตรวจสถานที่ผลิตอาหารไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท จึงขอเตือนผู้ผลิตทุกรายให้ดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม การกระทำดังกล่าวนอกจากจะเป็นการหลอกลวงผู้บริโภคแล้ว ยังทำลายความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมอาหารไทย 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานเพิ่มเติมว่า นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เผยว่าทาง อย. ได้ส่งตัวอย่างมาให้ทางกรมประมงตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์แล้ว ซึ่งผลการตรวจพบว่าปลาดังกล่าวเป็นปลานิล ไม่ใช่ปลาหมอคางดำ ตามที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์