อั้นไม่ไหว ท่าเรือข้ามฟากพระสมุทรเจดีย์ ขอปรับค่าบริการเพิ่ม 2 บาท หลังสถานการณ์วิกฤตน้ำมันขึ้นราคา เริ่มพรุ่งนี้ (1 เม.ย. 69) เป็นต้นไป โอดได้รับผลกระทบหนักมาก
จากกรณีน้ำมันในประเทศไทยได้มีการขยับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 30 มี.ค. 69 ได้มีการประกาศน้ำมันดีเซลปรับขึ้น 1.80 บาทต่อลิตร มีผลตี 5 วันนี้ (31 มี.ค.69) ส่งผลให้ธุรกิจต่างๆ ที่ต้องใช้น้ำมันได้ผลกระทบอย่างหนัก นั้น
โดยเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 31 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เดินทางไปยังท่าเรือข้ามฟาก พระสมุทรเจดีย์-ตลาดวิบูลย์ศรี ซึ่งเป็นท่าเรือข้ามฟากอีกแห่งของ จ.สมุทรปราการ ที่มีมายาวนานหลายสิบปี เป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมระหว่างฝั่งตัวเมือง จ.สมุทรปราการ หรือปากน้ำ และฝั่ง อ.พระสมุทรเจดีย์ ซึ่งสามารถลดระยะทาง และย่นระยะเวลาการเดินทางลงเหลือแค่ 10 นาที หากน้ำไม่ลดลงต่ำ ก่อนที่จะมีเส้นทางการเดินทางเพิ่มขึ้นในระยะหลังคือ สะพานภูมิพล และสะพานกาญจนาภิเษก ที่สามารถขับรถข้ามไปได้ แต่ก็ระยะทางเพิ่มขึ้น และเส้นทางก็เสียค่าบริการ โดยขณะนี้ท่าเรือข้ามฟากดังกล่าว ได้รับผลกระทบอย่างหนักในสถานการณ์น้ำมันขึ้นราคา แต่ก็ยังคงราคาค่าบริการคงเดิมไว้ก่อน
...
นางสาว อรทัย จันทร์ธำรง ผู้จัดการท่าเรือข้ามฟากพระสมุทรเจดีย์ ได้เผยถึงปัญหาสถานการณ์น้ำมัน ณ ปัจจุบันว่า ทางท่าเรือข้ามฟากได้รับผลกระทบเยอะมาก อย่างแรกเรือวิ่งบริการประชาชนในแต่ละวันนั้น ใช้น้ำมันเยอะประมาณ 400-500 ลิตรต่อวัน และตอนนี้ในช่วงแรกเป็นการขาดน้ำมัน น้ำมันไม่มี ทางเราต้องวิ่งหาซื้อน้ำมันเอง เพราะว่ารถน้ำมันที่เคยส่งให้ทางท่าเรือ ไม่ได้มาส่งให้เหมือนเดิมแล้ว ต้องตะเวนหาน้ำมันเพื่อนำมาเติมเรือ บางปั๊มยังพอมีให้ แต่บางปั๊มมีไม่เพียงพอ
อีกทั้งน้ำมันยังมาปรับราคาขึ้นอีก ผู้โดยสารที่มาใช้บริการก็มีจำนวนที่ลดลง แต่เรือยังคงให้บริการปกติ จากเดิมที่เรือวิ่งเยอะ จำเป็นต้องลดจำนวนลงเพื่อประหยัดน้ำมัน กลัวไม่มีน้ำมันใช้ และผู้โดยสารจะไม่ได้ข้ามฝั่ง หากจะปิดให้บริการ ตนคิดว่าไม่น่าได้ ทางเราจำเป็นต้องขวนขวายหาน้ำมันมาบริการประชาชน
ในส่วนการจัดการการให้บริการประชาชนนั้น จากเดิมจะวิ่งบริการในช่วงเช้า จำนวน 5 ลำ และช่วงบ่าย จำนวน 5 ลำ รวม 10 ลำ ช่วงหลังมานี้ ที่ได้รับผลกระทบเรื่องน้ำมันจะลดเหลือ ในช่วงเช้า จำนวน 4 ลำ และช่วงบ่ายจำนวน 4 ลำ รวม 8 ลำ แต่ใน 4 ลำ
หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา วันที่ 30 มี.ค. 69 สถานการณ์น้ำมันในประเทศ ได้ปรับตัวขึ้นอีกโดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 1.80 บาท เท่ากับปัจจุบันนี้น้ำมันดีเซล ยังอยู่ในราคา 40.74 บาท ซึ่งมีผลกระทบกับการให้บริการเป็นอย่างมาก จึงขอขยับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้น จากเดิมในราคาประชาชน 6 บาท เป็น 8 บาท ในส่วนนักเรียนและข้าราชการในเครื่องแบบ จากเดิม 3 บาท เป็น 4 บาท โดยเริ่มในเวลา 04.30 น. ของวันที่ 1 เม.ย. 69 นี้ ซึ่งเป็นเรือเที่ยวแรกที่เปิดให้บริการ
ทางด้าน นางสาว วันวิสา ทิมแก้ว อายุ 44 ปี ผู้มาใช้บริการเรือข้ามฟากแห่งนี้ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ตนมาใช้บริการเรือข้ามฟากแห่งนี้มานานกว่า 5 ปี โดยจะข้ามฝั่งอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เพราะว่ามาทำงานในบริษัทย่านพระสมุทรเจดีย์ แต่มีบ้านพักอยู่ฝั่งปากน้ำ โดยเสียค่าโดยสาร 6 บาท ซึ่งในวันพรุ่งนี้ 1 เม.ย. 69 ทางท่าเรือจะปรับขึ้นราคาค่าบริการจาก 6 บาท เป็น 8 บาทนั้น ตนเพิ่งทราบข่าว และมีผลกระทบกับการเดินทางด้วย เพราะว่าเราเป็นผู้โดยสาร จึงไม่อยากให้ค่าเรือแพงขึ้น
...
แต่เราเข้าใจกับเรื่องค่าน้ำมันที่แพงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการมีผลกระทบ และเราก็ยังมีผลกระทบอีกด้วย ถ้าทางที่ดีไม่ขึ้นราคาจะดีกว่า เพราะว่าการนั่งเรือข้ามฟากที่นี่ เป็นการลดระยะทางและลดเวลาการเดินทางได้ดี ตนเคยนั่งรถโดยสารประจำทางข้ามฟากแล้ว จะรอนานและเพิ่มระยะทางและเวลาการเดินทางอย่างมาก จึงมาใช้บริการเรือข้ามฟากดีกว่า ทั้งลดเวลาและระยะในการเดินทาง ตนอยากจะฝากไปถึงทางผู้บริหารประเทศ อยากจะให้ช่วยในราคาน้ำมัน ช่วยประชาชนให้ดีขึ้น ไม่ใช่ว่าจะขึ้นค่าน้ำมันทำให้ทุกคนได้รับผลกระทบทั้งหมด