อดีตภรรยา “เควนติน” มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ เสียชีวิตที่พัทยา ร้องเรียนสภาทนายความจังหวัดพัทยา ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของอดีตสามี พร้อมเรียกร้องขอสิทธิ์เลี้ยงลูก ซึ่งตอนนี้ติดต่อไม่ได้ ไม่รู้อยู่ที่ไหน
จากกรณีสื่อต่างประเทศรายงานการเสียชีวิตของ นายเควนติน จอห์น กริฟฟิธส์ อายุ 58 ปี ชาวสหราชอาณาจักร มหาเศรษฐีและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทแฟชั่นออนไลน์ ASOS ซึ่งพลัดตกจากระเบียงคอนโดมิเนียมหรูในเมืองพัทยา เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบว่า ห้องพักล็อกจากด้านใน ไม่พบบุคคลอื่นเข้าออก และไม่พบร่องรอยการต่อสู้ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเป็นการปลิดชีพตัวเอง ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลชันสูตรอย่างเป็นทางการนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่สำนักงานประธานสภาทนายความจังหวัดพัทยา ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายสุขสันต์ มิสสาจันทร์ ประธานสภาทนายความจังหวัดพัทยา พร้อมด้วย น.ส.พลอยนภัส (สงวนนามสกุล) หรือ “พลอย” อดีตภรรยาของ นายเควนติน จอห์น กริฟฟิธส์ ( Mr. Quentin John Griffiths ) อายุ 58 ปี ชาวอังกฤษ ผู้เสียชีวิต ร่วมกันแถลงข่าวยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมทวงสิทธิ์ความเป็นแม่ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยติดตามบุตรทั้ง 3 คนที่ถูกพาตัวไปไม่ทราบที่อยู่ โดย นางสาวพลอยนภัส มีการไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ ไว้แล้ว โดยบุตรทั้ง 3 คนประกอบด้วย 1. นางสาวแตงโม อายุ 19 ปี (เป็นบุตรที่เกิดกับสามีเก่า และผู้ตายรับเป็นบุตรบุญธรรม) 2. ด.ช.เจมส์ อายุ 12 ปี และ 3. ด.ญ.ลิลลี่ อายุ 11 ปี ซึ่งเป็นบุตรที่เกิดกับผู้ตาย
นายสุขสันต์ เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.พลอยนภัส หลังได้รับผลกระทบจากสื่อต่างประเทศบางแห่งที่นำเสนอข่าวในลักษณะพาดพิงว่าเธออาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของอดีตสามี ทั้งที่ข้อเท็จจริงคือทั้ง 2 ได้เลิกราและแยกกันอยู่มากว่า 5 ปี ต่างคนต่างใช้ชีวิต โดยผู้เสียชีวิตมีครอบครัวใหม่แล้ว ขณะที่ฝ่ายหญิงอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร และไม่ได้รับรู้รายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจหรือทรัพย์สินใด ๆ ของอดีตสามี
ก่อนหน้านี้ ทั้ง 2 คน เคยมีข้อพิพาทเรื่องอำนาจปกครองบุตร ซึ่งศาลมีคำสั่งให้อำนาจปกครองอยู่กับฝ่ายบิดา อย่างไรก็ตาม ภายหลังเด็กไม่ได้อยู่กับบิดาโดยตรง แต่พักอาศัยกับภรรยาใหม่และมีพี่เลี้ยงดูแล ขณะที่ฝ่ายมารดาเคารพคำสั่งศาล และไม่สามารถเข้าพบลูกได้ตามต้องการ
กระทั่งเกิดเหตุอดีตสามีเสียชีวิต ฝ่ายหญิงระบุว่าเพิ่งทราบข่าวพร้อมกับสาธารณชน และยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ แต่กลับมีกระแสข่าวจากต่างประเทศเชื่อมโยงประเด็นทรัพย์สิน รวมถึงมีบุคคลติดต่อเข้ามาในลักษณะพาดพิง ทำให้เกิดความหวาดวิตกและเสียหายต่อชื่อเสียง
ประเด็นสำคัญในขณะนี้คือ บุตรทั้ง 3 คนถูกพาตัวออกจากที่อยู่เดิมโดยไม่ทราบสถานที่แน่ชัด และไม่สามารถติดต่อได้ ฝ่ายมารดาจึงเข้าแจ้งความและร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยติดตามตัวเด็ก พร้อมย้ำว่าเมื่อบิดาซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเสียชีวิต อำนาจปกครองตามกฎหมายควรกลับมาอยู่ที่มารดา
ซึ่งสรุปโดยรวมที่สภาทนายความออกมาแถลงในวันนี้ เพื่อต้องการยืนยันว่า น.ส.พลอยนภัส ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของ นายเควนติน จอห์น กริฟฟิธส์ อดีตสามีชาวอังกฤษ และยืนยันว่าไม่เคยรับรู้เกี่ยวกับธุรกิจใด ๆ ของผู้ตาย เนื่องจากผู้ตายจะเดินทางมาประเทศไทยในช่วงไฮซีซันเท่านั้น รวมถึงนางสาวพลอยนภัสต้องการเรียกร้องสิทธิ์กลับไปดูแลบุตร หลังจากที่สามีเสียชีวิต
ด้าน น.ส.พลอยนภัส กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนเป็นห่วงความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของลูกทั้ง 3 คนอย่างมาก ไม่ทราบว่าขณะนี้อยู่ที่ใด และไม่สามารถติดต่อได้ จึงขอความเมตตาจากหน่วยงานรัฐช่วยติดตามตัวลูกกลับคืนสู่อ้อมอกแม่โดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ในวันที่ทราบข่าวว่าอดีตสามีเสียชีวิต ตนเองยอมรับว่าช็อกมาก ถึงกับเข่าทรุด หลังจากนั้นก็เดินทางไปบวชชีพราหมณ์
อีกทั้งยังยอมรับว่าเธอมีความผูกพันกับอดีตสามี เนื่องจากคบหากันตั้งแต่ปี 2005 (พ.ศ. 2548) ก่อนจะมาแยกทางกันเมื่อช่วง 5 ปีก่อน เนื่องจากอดีตสามีไปมีภรรยาใหม่ ก่อนจะถูกสามีฟ้องร้องเพื่อขอเลี้ยงดูบุตรแต่เพียงฝ่ายเดียว จนสุดท้ายสามีก็ได้เป็นผู้เลี้ยงดูบุตร และกีดกันไม่ให้ตนเองพบลูกมาโดยตลอด จนกระทั่งสามีมาเสียชีวิต ภายหลังสามีเสียชีวิต ตนเองยังถูกบุคคลที่ 3 โทรศัพท์มาข่มขู่ แถมยังไม่ให้ตนเองไปเจอลูก ด้วยความที่ตนเองไม่รู้เรื่องกฎหมาย จึงตัดสินใจเข้าปรึกษาสภาทนายความ เพื่อให้ช่วยเหลือในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ ครอบครัวยืนยันว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมขอให้สังคมรับฟังข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โดยย้ำว่าจุดประสงค์หลักคือการติดตามหาบุตร และปกป้องชื่อเสียงจากกระแสข่าวที่คลาดเคลื่อนเท่านั้น.