โรงพยาบาลบ้านโป่ง ผนึกกำลัง สาธารณสุขอำเภอ และเครือข่าย อสม. นำรถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่คัดกรองวัณโรคเชิงรุก บริการถึงแต่ละตำบล เน้นกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน เผยสถิติป่วยปีละนับแสนราย
วันที่ 16 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงพยาบาลบ้านโป่ง ผนึกกำลัง สาธารณสุขอำเภอ และเครือข่าย อสม. จัดทัพลงพื้นที่คัดกรองวัณโรคเชิงรุก นำรถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่บริการถึงแต่ละตำบล เน้นกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน เผยสถิติไทยป่วยปีละนับแสนราย ย้ำหากไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ น้ำหนักลด รีบตรวจทันที รักษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
ชาวบ้านในพื้นที่ ต.สวนกล้วย อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี จำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มเสี่ยง ซึ่งเดินทางมาที่วัดหนองหญ้าปล้อง ต.สวนกล้วย เพื่อเข้ารับบริการเอ็กซ์เรย์ปอดคัดกรองวัณโรคด้วยรถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่ มีเจ้าหน้าที่จากงานป้องกันควบคุมโรคและระบาดวิทยา กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลบ้านโป่ง พร้อมด้วย สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) คอยช่วยอำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้าน มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาผู้ป่วยวัณโรคระยะเริ่มต้นเชิงรุก ลดการแพร่กระจายเชื้อสู่คนในครอบครัวและชุมชน ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และลดความแออัดในโรงพยาบาล
นพ.วิบูลย์ ภัณฑบดีกรณ์ ผอ.รพ.บ้านโป่ง เปิดเผยว่า ปัจจุบันวัณโรคยังเป็นปัญหาระดับโลก สำหรับประเทศไทยพบผู้ป่วยรายใหม่มากกว่า 1 แสนรายต่อปี โดยเฉพาะในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 5 ยังพบปัญหาผู้ป่วยวัณโรคดื้อยา (MDR-TB) ซึ่งมีอัตราการรักษาที่นานและยากกว่าปกติ การตรวจคัดกรองด้วยการเอ็กซ์เรย์ปอดจึงสำคัญมาก แต่เดิมชาวบ้านบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้มีรายได้น้อย อาจเข้าถึงบริการที่โรงพยาบาลได้ยาก แต่เมื่อเรานำรถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก อบจ.ราชบุรี เข้ามาหาถึงที่ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตรวจพบเชื้อได้เร็วขึ้น หากใครที่มีคนในบ้านป่วยเป็นวัณโรค ควรมาเอ็กซ์เรย์ปอดทุก 6 เดือน ต่อเนื่องกัน 2 ปี และให้สังเกตอาการสัญญาณเตือน ได้แก่ ไอเรื้อรังติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ มีไข้ต่ำๆ ช่วงเย็น เบื่ออาหาร และน้ำหนักตัวลดผิดปกติ หากพบอาการเหล่านี้ต้องรีบตรวจทันที
นอกจากนี้ยังต้องระวัง “วัณโรคแฝง” ที่เชื้ออาจซ่อนตัวอยู่ในร่างกายรอวันที่ร่างกายอ่อนแอแล้วค่อยกำเริบ ซึ่งปัจจุบันมียามาตรฐานที่รักษาหายขาดได้และไม่มีค่าใช้จ่าย
ด้าน ว่าที่พันตรี ดร.สมภพ ห่วงทอง สาธารณสุขอำเภอบ้านโป่ง กล่าวว่า พื้นที่อำเภอบ้านโป่ง มีประชากรรวมประชากรแฝงในภาคอุตสาหกรรมกว่า 130,000 คน เป้าหมายคือการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงให้ได้มากกว่าร้อยละ 90 โดยมี อสม. เป็นกำลังหลักในการลงพื้นที่แจ้งข่าวสารตามบ้านเรือน สำหรับกระบวนการหลังการตรวจ หากพบความผิดปกติจากภาพเอ็กซ์เรย์ เช่น พบรอยโรคที่ปอดหรือโพรงฝี ทางโรงพยาบาลจะส่งตรวจเสมหะยืนยันและเข้าสู่กระบวนการรักษาทันที โดยมีทีมสาธารณสุขและ อสม. จะทำหน้าที่ดูแลการกินยาให้ครบตามกำหนด เพื่อให้ผู้ป่วยหายขาดและกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ในที่สุด.