เจ้าหน้าที่เร่งช่วย “ช้างตาหวาน” เขาอ่างฤาไน นอนเจ็บกลางป่า ทีมสัตวแพทย์เฝ้าดูแลใกล้ชิด ให้ยาผ่านทางผลไม้ ตอบสนองต่อการรักษาในทิศทางที่ดีขึ้น ยังต้องติดตามอาการต่อเนื่อง 

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า การช่วยเหลือแม่ช้างป่าบาดเจ็บจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน หรือที่เจ้าหน้าที่ตั้งชื่อให้ว่า “น้องตาหวาน” ล่าสุดอาการโดยรวมเริ่มดีขึ้น สามารถรับประทานอาหารและยาที่ผสมมากับผลไม้ได้ครบถ้วนตามแผนการรักษา อย่างไรก็ตาม ทีมสัตวแพทย์ยังคงต้องเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิดอีกระยะ เนื่องจากยังถือว่าอยู่ในภาวะเฝ้าระวัง 

เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) โดยส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้รับรายงานด่วนจากหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน พบแม่ช้างป่าบาดเจ็บสาหัสในพื้นที่บ้านโนนสมพร อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว จึงได้ระดมทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือทันที

การปฏิบัติงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ได้แก่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังช้างป่าชุดที่ 3 ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 (กระบกคู่) สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน ฝ่ายปกครองท้องถิ่น และอาสาสมัครเฝ้าระวังช้างป่าในพื้นที่

จากการตรวจสอบของทีมสัตวแพทย์ พบว่าแม่ช้างป่าตัวดังกล่าวเป็นเพศเมีย อายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป น้ำหนักราว 2,000–2,500 กิโลกรัม มีสภาพร่างกายค่อนข้างผอม คะแนนความสมบูรณ์อยู่ที่ประมาณ 2–2.5 จาก 5 มีอาการบาดเจ็บรุนแรงบริเวณต้นขาหน้าซ้าย บวมอักเสบอย่างเห็นได้ชัด ไม่สามารถลงน้ำหนักได้ตามปกติ ต้องงอข้อเท้าไว้ตลอดเวลา อีกทั้งยังมีอาการยืนสลับย่อตัวและล้มตัวนอนนิ่งเป็นระยะ บ่งชี้ถึงความเจ็บปวดอย่างมาก นอกจากนี้ยังพบบริเวณฐานเต้านมด้านซ้ายมีรอยฟกช้ำ และมีของเหลวใสปนเลือดซึมออกมา


นายอรุณ พงศ์ไพฑูรย์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ฝ่ายจัดการสุขภาพสัตว์ป่า ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการรักษาเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน โดยทีมสัตวแพทย์ได้ให้ยารักษาผ่านทางผลไม้ ซึ่งแม่ช้างสามารถกินยาได้ครบถ้วน และตอบสนองต่อการรักษาในทิศทางที่ดีขึ้น

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ร่วมกับฝ่ายปกครองและอาสาสมัครในพื้นที่ ได้จัดชุดเฝ้าติดตามอาการแม่ช้างป่าตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประเมินอาการอย่างต่อเนื่อง และเตรียมปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแม่ช้าง หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบเป็นระยะ.