เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าตรวจสอบที่ดินบุกรุกป่าส่วนกลางของนิคมสหกรณ์ ในอำเภอทองผาภูมิ รวม 33 ไร่ เร่งสอบสวน คาดโยงนักการเมืองท้องถิ่น
วันที่ 23 ม.ค.68 นายอัครเดช วงศ์กาฬสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) พร้อม นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ นายสาธิต สุวรรณวนิช เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ ปลัดอาวุโส อำเภอทองผาภูมิ นายอุกฤษณ์ ขาวสอาด นายช่างโยธาชำนาญงาน นิคมสหกรณ์ทองผาภูมิ นายสมฤทธิ์ แก่นเคี่ยม ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า นายนพพันธ์ เกตุพุฒ ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) ร.ต.วัฒนา แซ่ก๊วย ผบ.มว.ลว. หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตรวจสอบ หลังได้รับแจ้งว่ามีการบุกรุกพื้นที่ และลักลอบขุดตักดินลูกรังออกไปขายเชิงพาณิชย์ บริเวณหลังวัดเชิงเขา หมู่ที่ 6 บ้านหนองเจริญ ตำบลลิ่นถิ่น อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี จึงขอให้คณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่ากระทำดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
โดยคณะเจ้าหน้าที่ ได้กระจายกำลังเข้าทำการตรวจสอบวัดพิกัด พบอาคาร สิ่งปลูกสร้างทั้งเก่าและใหม่หลายจุด กองวัสดุก่อสร้าง กองหินกองทราย และร่องรอยการขุดลักลอบขุดตักดินออกไปจากพื้นที่จำนวนมาก บางจุดบริเวณบนเขาสูง มีการก่อสร้างบ้านเรือน การตรวจวัดที่เกิดเหตุ พบมีร่องรอยการบุกรุกครอบครองเป็นบริเวณกว้างประมาณ 33 ไร่
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ทุกอาคารถูกล็อกกุญแจทั้งหมด ไม่พบบุคคลผู้ครอบครองอาคารและที่ดิน หรือคนงาน แต่พบร่องรอยการอยู่อาศัย โดยในครัวพบหม้อหุงข้าวที่ยังเสียบปลั๊กทิ้งไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการตรวจสอบและวัดพื้นที่ในการบุกรุกครั้งนี้ พร้อมรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของอาคารดังกล่าว
...
จากการสอบถามชาวบ้าน ทราบว่า พื้นที่แห่งนี้มีการลักลอบขุดทรัพยากรธรรมชาติไปขายเป็นเชิงพาณิชย์มานานแล้ว โดยคาดว่าน่าจะทำเป็นขบวนการใหญ่
นายอัครเดช วงศ์กาฬสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) เปิดเผยว่า จากการที่ได้รับการร้องเรียน ทางคณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบแล้วปรากฏว่า พื้นที่เป้าหมายตามที่มีการร้องเรียนแจ้งเบาะแส อยู่ในเขตพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งนิคมสหกรณ์ท้องที่ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี พ.ศ. 2518 และอยู่ในบริเวณที่สงวนไว้เป็นพื้นที่ป่าไม้ส่วนกลางร้อยละ 20 ของนิคมสหกรณ์ทองผาภูมิ จากการตรวจสอบโดยรอบพื้นที่ที่มีร่องรอยของการใช้ประโยชน์ พบว่าพื้นที่ถูกบุกรุกยึดถือครอบครอง ทำประโยชน์ และทำให้เสื่อมเสียสภาพ คำนวณเนื้อที่ได้ 33-2-58 ไร่ ภายในพื้นที่ตรวจยึดพบสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 17 รายการ
ซึ่งจากข้อมูลในทางการสืบสวนพบว่าผู้ที่ครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าว เป็นนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ คณะเจ้าหน้าที่จึงมีความเห็นร่วมกันว่าการกระทำดังกล่าว เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายหลายบท ประกอบด้วย ความผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และที่แก้ไขเพิ่มเติม, กฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ, กฎหมายว่าด้วยการขุดดินถมดิน, กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร และกฎหมายว่าด้วยน้ำบาดาล
ในส่วนของความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ป่าไม้จะได้นำเรื่องราวไปแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ ในฐานความผิด ตามมาตรา 54, 55 และ 72 ตรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดและผู้ที่เกี่ยวข้อง
สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติอื่นๆ จะได้มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายนั้น ไปพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป