นายกวิศวกรรมฯ เผยความคืบหน้ารื้อถอนซาก "เครนถล่มบนถนนพระราม 2" คาดภายใน 14 วัน จะสามารถคืนพื้นที่การจราจรได้ตามปกติ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 มกราคม 2569 รศ.เอนก ศิริพานิชกร นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุเครนถล่มบนถนนพระราม 2 ขาออก กทม. ต.ท่าจีน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยมี นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง และคณะสมาชิกวุฒิสภา, ผู้แทนจากกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม และตัวแทน บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายให้ทางนายกวิศวกรรมสถานฯ ทราบถึงความคืบหน้าในการดำเนินการเพื่อคืนสภาพพื้นที่ผิวจราจร ถนนพระราม 2 ภายใน 14 วัน และแนวทางในการเรียกคืน หรือสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนพระราม 2

รศ.เอนก ศิริพานิชกร นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ภารกิจหลังจากเกิดเหตุเครนถล่มลงมาแล้วนั้น เราก็ได้ใช้การพิสูจน์หลักฐานโดยการบินโดรน ซึ่งตอนนี้ก็ได้รายละเอียดครบแล้ว คงเหลือแต่การรื้อถอนเท่านั้น ซึ่งถ้าการรื้อถอนเสร็จภายใน 14 วัน ก็จะทำให้สามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติ

...

โดยสิ่งสำคัญมากๆ เมื่อเปิดการจราจรแล้วนั่นก็คือ ความมั่นใจของประชาชน ซึ่งโครงสร้างแบบนี้เราทำกันมาตั้งแต่สมัยทางด่วนครั้งที่ 2 หรือราวๆ 20 - 30 ปีที่ผ่านมา ฉะนั้นการสร้างทางด่วนจึงมีความจำเป็น แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือเรื่องของความปลอดภัย 

เนื่องจากชิ้นส่วนที่ใช้มีน้ำหนักมาก ดังนั้นในวันนี้เราเองมีมาตรฐานเรื่องของการทำทางยกระดับ จำนวน 4 เล่ม ในสัปดาห์หน้าทางกรมราง จะเอามาตรฐานที่เราทำขึ้น ขึ้นไปบนเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่นำไปใช้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน อีกทั้งยังต้องมีการอบรมวิศวกร และผู้ที่เกี่ยวข้องให้เข้าใจในระดับดังกล่าว

สำหรับมาตรฐานที่ดีมากเลย คือช่วงสัญญาที่ 1 คือการใช้อุปกรณ์เฝ้าติดตามสุขภาพของโครงสร้าง คือ ระหว่างที่อุปกรณ์เดินไปโดยไม่มีชิ้นส่วนทำทางนั้น หรือมีอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่าง ๆ มีการเดินไปในลักษณะใด มีความเอียง ความเบี้ยวหรือไม่ มีแนวล้มหรือว่ามีแรงเกินหรือไม่ ซึ่งเราจะทำทุกวิถีทางทางวิทยาศาสตร์และกลไกตรวจสอบที่เป็นวิทยาศาสตร์ อันเป็นเรื่องสำคัญ มาดำเนินการ 

และในโอกาสนี้ก็ต้องขออภัยพี่น้องประชาชนที่เกิดความเสียหายจนมีผลกระทบต่อการเดินทางของทุกคน อย่างไรก็ตามการพังเสียหายก็เป็นสิ่งที่อยากให้เราพึงระลึกเสมอ และอย่ามองเป็นเรื่องเคยชิน พร้อมกันนี้หากพี่น้องสื่อมวลชนมีเรื่องต่างๆ ที่ต้องการสอบถามก็สามารถเข้ามาพูดคุยกันได้เสมอ.