พี่สาวเศร้า เดินทางมาติดต่อเจ้าหน้าที่ เฝ้ารอกู้ภัยเก็บกู้ร่างน้องชาย เสียชีวิตในเหตุ "เครนถล่มพระราม 2" เผยผู้ตายขยันมาก ทำงานเพื่อครอบครัว สะเทือนใจวันที่สูญเสีย เป็นวันเกิดของลูกสาววัย 1 ขวบ

วันที่ 15 มกราคม 2569 ความคืบหน้าเหตุเครนของทางยกระดับถนนพระราม 2 ช่วง กม.ที่ 30+300 ถึง กม.ที่ 30+400 บริเวณปากทางเข้าขนส่งสมุทรสาคร ต.ท่าจีน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ที่ถล่มลงมาบนช่องทางหลักฝั่งขาออกกรุงเทพฯ ก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายติดอยู่ในซากรถ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย โดยหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้เก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตรายแรกออกมาได้ คือ นายสมพงษ์ ศรีสุข แล้วนำส่งต่อที่โรงพยาบาลเพื่อชันสูตร ดังที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำวันนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งใช้เครื่องตัดถ่าง และรถเครนขนาดใหญ่ เพื่อเร่งนำร่างของ นายศราวุฒิ เวชการ ผู้เสียชีวิตรายที่ 2 ออกมา โดยใช้รถเข็นทั้งหมด 2 คัน และอาสากู้ภัยทั้งหมด 3 หน่วย ในการเข้าไปค้นหาร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ที่ผ่านมา กู้ภัยสามารถเข้าไปเจอร่างของผู้เสียชีวิตรายที่ 2 ที่ติดอยู่ภายในซากรถแล้ว แต่ยังไม่สามารถนำร่างออกมาได้ เพราะต้องใช้รถเครนยกแผ่นปูนและซากเหล็กออกก่อน จึงจะสามารถนำร่างของผู้เสียชีวิตออกมาได้อย่างปลอดภัย

...

ขณะที่นางจริยา ปยุตธนเสฐ พี่สาวของนายศราวุฒิ เวชการ ผู้เสียชีวิตรายที่ 2 ได้เดินทางมาที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯ ริมถนนพระราม 2 เพื่อติดต่อเอกสารในการแจ้งรับร่างของน้องชาย

โดยตัวแทนของทีมกู้ภัย ได้เข้ามาชี้แจงกับนางจริยา ถึงขั้นตอนการกู้ร่างว่า ขณะนี้เจอร่างผู้เสียชีวิตแล้ว ติดอยู่ในซากรถ ซึ่งมีแท่งปูนที่มีน้ำหนักมากทับอยู่ เจ้าหน้าที่ได้พยายามทำทุกทางเพื่อนำร่างออกมา โดยพยายามใช้เครนน้ำหนัก 200 ตัน มาช่วยในการเคลื่อนย้าย และกำลังพยายามนำร่างออกมา

แต่การนำร่างออกมานั้น ต้องใช้เวลา 1-3 วัน เพื่อให้ร่างออกมาสมบูรณ์ที่สุด ส่วนอีกทางคือเร่งนำร่างออกมาให้เร็วที่สุด แต่ร่างกายอาจไม่สมบูรณ์ อาจมีโอกาสฉีกขาด จึงต้องแจ้งญาติให้ตัดสินใจ ในการเก็บกู้ร่าง โดยกู้ภัยจะเคารพการตัดสินใจของญาติ หลังจากการพูดคุย ญาติของผู้เสียชีวิตได้ตัดสินใจตอบรับให้กู้ภัยนำร่างนายศราวุฒิออกมาให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งกู้ภัยบอกว่าจะดำเนินการให้สุดความสามารถ

โดยนางจริยา พี่สาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ช่วงหลังเกิดเหตุ ตนก็ดูคลิปและสังเกตเห็นว่ารถมันใกล้เคียงกับรถของน้องชายมาก ประกอบกับทางน้องสะใภ้ ก็ส่งคลิปมาให้ดู แล้วก็คุยกันว่าเหมือนเป็นรถของแฟนเขา เขาก็ร้องไห้โฮ ตนจึงรีบหาข้อมูล พยายามติดต่อไปตามโรงพักต่างๆ เพื่อประสานมาที่นี่ ตนและน้องสะใภ้ต่างช่วยกันติดต่อไปหลายๆ ที่ ก็ยอมรับว่ามันยากมาก และสุดท้ายก็ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมา กระทั่งตนและแฟนจึงตัดสินใจเดินทางมาที่นี่ ส่วนพ่อแม่ก็ทราบเรื่องแล้ว ก็ไม่มีใครทำใจได้ ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดอะไรแบบนี้

ส่วนช่วงที่กู้ภัยเข้ามาทำความเข้าใจเรื่องของการกู้ร่างน้องชายด้วยความยากลำบากนั้น นางจริยา ระบุว่า เข้าใจเขา เพราะว่าแผ่นปูนหนักถึง 700 ตัน เขาก็คงพยายามทำดีที่สุดแล้ว 

ทั้งยังย้ำอีกว่า "การสร้างถนนพระราม 2 มันไม่โอเค เพราะมันเกิดเหตุแบบนี้ไม่รู้เท่าไหร่ แต่ละครั้ง เราต้องมาลุ้นว่าจะเป็นญาติพี่น้องของเราหรือไม่ ดังนั้นมันไม่ควรเกิดขึ้น มันไม่ควรจะสูญเสียอะไรแบบนี้อีกแล้ว"

เรามีกัน 2 คนพี่น้อง และน้องชายบ้านอยู่ใกล้กัน เราคุยกันตลอด ยอมรับว่าน้องชายเป็นคนขยัน จนแทบไม่ได้พักผ่อน เขาเป็นหัวหน้าครอบครัว หวังสร้างครอบครัว ดูแลเลี้ยงดูครอบครัว ทำงานเพียงคนเดียว พยายามดิ้นรนหางานเสริมทำตลอด เขามีลูกอ่อน จึงกังวลว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบจะช่วยเหลือครอบครัวเขาอย่างไร เรื่องนี้มันจะเงียบไปหรือไม่ อยากฝากเจ้าหน้าที่ต่างๆ ให้เข้ามาดูแลตรงนี้ด้วย เพราะไม่เกิดกับบ้านไหน คงไม่มีใครรู้ ชีวิตแฟนเขาและลูกสาวเขาที่เพิ่งจะ 1 ขวบ และวันนี้ก็วันเกิดลูกเขาด้วย เขาจะอยู่อย่างไรกันต่อ อยากให้จัดการเรื่องนี้ให้มันจริงจัง ไม่ต้องเกิดกับใครได้อีกหรือไม่

สำหรับในวันพรุ่งนี้ หากเจ้าหน้าที่ดำเนินการกู้ร่างเสร็จสิ้น พี่สาวของผู้เสียชีวิตจะเดินทางไปติดต่อรับศพที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร ก่อนนำร่างของน้องชายไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว