คืบหน้าคดีรถชน ด.ญ.3 ศพ นายช่าง อบต. คนขับรถเก๋ง คู่กรณี ปิดบ้านเงียบ คาดเข้าพบตำรวจพรุ่งนี้ อยากไปขอขมาศพ แต่เกรงไม่ปลอดภัย ขณะที่กู้ภัยเผย ท่าทีวันเกิดเหตุ
ความคืบหน้าคดีรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ ที่ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เป็นเหตุให้มีเด็กหญิงเสียชีวิต 3 ศพ ช่วงเช้าวันที่ 14 ม.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของนายกัมปนาท คนขับเก๋ง คู่กรณี เบื้องต้นพบว่าบ้านปิดล็อกประตู ไม่มีคนอยู่ บ้านข้างเคียงไม่มีผู้อยู่อาศัย
สอบถาม นายผดุงเกียรติ เกตุใหญ่ อาสาสมัครกู้ภัยอิสระ ซึ่งเป็น ส.อบจ.เพชรบุรี อำเภอเมือง เพชรบุรี เขต 4 เจ้าของเพจ ณ จุดเกิดเหตุเพชรบุรี ซึ่งเป็นอาสาสมัคร ที่ไปถึงที่เกิดเหตุช่วงแรกๆ ทราบว่า หลังได้รับแจ้งเหตุ ได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุทันที บริเวณริมถนนฝั่งมุ่งหน้าเข้าอำเภอบ้านแหลม พบศพเด็กหญิง ด.ญ.ศรีประไพ แจะหอม อายุ 13 ปี เสียชีวิตที่บริเวณข้างทาง ห่างไปประมาณ 30 เมตร พบรถยนต์เก๋งสีขาว ทะเบียนเพชรบุรี ทราบชื่อผู้ขับขี่ต่อมาคือนายกัมปนาท (สงวนนามสกุล) ชาว อ.เมืองเพชรบุรี นายช่างไฟฟ้า รักษาราชการแทน ผอ.กองคลัง อบต.ยี่สาร อำเภออัมพวา สมุทรสงคราม จอดอยู่กลางถนนลักษณะสวนทาง หน้ารถด้านซ้ายมีรอยชนพัง กระจกหน้าแตก
ที่ท้ายรถ พบศพ ด.ญ.กนกวรรณ ลำเจียก อายุ 13 ปี โดยร่างของ ด.ญ.ระวินพร ฆังคัสสะ อายุ 12 ปี ที่หายใจรวยรินทับอยู่ด้านบน เจ้าหน้าที่รีบนำร่างของ ด.ญ.ระวินพร นำส่งโรงพยาบาล แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุ ยังพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าฟิน สีเทา หมายเลขทะเบียน 1 กม 8317 เพชรบุรี ถูกชนอย่างรุนแรงจนรถหักครึ่งกระเด็นไปอยู่ด้านหน้ารถยนต์ไกลกว่า 10 เมตร
นายผดุงเกียรติ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุกล้องหน้ารถยนต์ของตนบันทึกภาพชายที่คาดว่าคือนายกัมปนาท เดินมาที่รถยนต์และหยิบเอกสารไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ภาพจากกล้องพบว่าชายคนดังกล่าวไม่ได้รับบาดเจ็บ ท่าทางการเดินปกติ ไม่มีอาการเซ หรือลักษณะคล้ายคนมึนเมา แต่ตนไม่ได้เข้าใกล้ชายคนดังกล่าวจึงไม่ได้กลิ่นแอลกอฮอล์ และไม่ทราบข้อเท็จจริง
...
อย่างไรก็ตาม ถนนเส้นเพชรบุรี-บ้านแหลม ฝั่งตะวันออก เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพราะมีผิวถนนแคบเป็นเลนสวนทาง และมีเส้นทางตรงยาว รถจึงวิ่งด้วยความเร็ว อยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายเส้นทาง และติดตั้งป้ายจำกัดความเร็ว หรือเตือนผู้ขับขี่ให้ระมัดระวังอุบัติเหตุ
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดอุบัติเหตุอีกครั้ง พบในช่องทางมุ่งหน้าเข้า อ.บ้านแหลม ซึ่งเป็นเส้นทางของรถยนต์คู่กรณี มีร่องรอยครูดลึก ลักษณะคล้ายการชนที่ผิวถนน จากนั้นห่างไปอีกประมาณ 15-20 เมตร ในเส้นทางที่มุ่งหน้าเข้า อ.เมืองเพชรบุรี จึงเป็นจุดที่รถยนต์จอดสนิทในวันเกิดเหตุ ซึ่งเป็นลักษณะสวนทาง
ตรวจสอบสภาพรถยนต์ ที่จอดอยู่บริเวณจุดจอดรถของกลาง ที่ อ.บ้านแหลม พบมีการจัดวางรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในลักษณะคล้ายจำลองการชน บริเวณกระจกหน้ารถยนต์ด้านซ้ายแตก บริเวณหลังคา และท้ายรถ พบคราบเลือดไหลลงมาถึงด้านล่าง
ซึ่งเมื่อวานนี้ (13 ม.ค.) นางสาวณัฐวรรณ สว่างพิภพ อายุ 38 ปี พร้อมด้วย นายสำเริง ลำเจียก อายุ 48 ปี พ่อและแม่ของ เด็กหญิงกนกวรรณ ลำเจียก อายุ 13 ปี พร้อมญาติ นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 2 รูป เดินทางมาที่เกิดเหตุเพื่อทำพิธีเชิญวิญญาณ กลับไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล ณ วัดศรีษะคาม อ.บ้านแหลม โดยเบื้องต้นกำหนดพิธีสวดอภิธรรม 7 วันและทำพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 18 มกราคม ณ วัดศรีษะคาม
นางณัฐวรรณ เปิดเผยว่า หลังจากที่ทราบข่าวว่าลูกถูกรถชน ก็รีบเดินทางมาที่เกิดเหตุ ซึ่งตนติดใจตรงที่ในช่วงที่มีการไลฟ์สดที่เกิดเหตุ พบว่ารถคู่กรณีมีกล้องติดหน้ารถ แต่หลังเกิดเหตุเมื่อถึงโรงพักบ้านแหลม ตำรวจบอกว่า ไม่มีกล้อง อยากขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ด้วย
นอกจากนี้ หลังเกิดเหตุ ไม่เคยได้รับการติดต่อจากคู่กรณีเลย อยากให้มาแสดงความรับผิดชอบและขอขมาศพน้องเพื่อที่น้องจะได้ไม่มีอะไรติดใจและไปสู่ภพภูมิที่ดี โดยไม่มีห่วง เข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุ ยืนยันยินดีพูดคุย ไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ แน่นอน ส่วนการดำเนินคดี ตนเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เบื้องต้นมีรายงานว่า นายกัมปนาท อ้างว่าอยากเข้าไปกราบขอขมาศพ แต่เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย และจะเดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.บ้านแหลม ในเวลา 14.00 น. วันที่ 15 ม.ค. นี้