วัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท น้ำท่วมโบสถ์ต้องซ่อมทุกปี พระผู้ใหญ่เลยแนะนำให้ "ยกโบสถ์หนีน้ำ" จ้างช่างมาดีดโดยใช้แม่แรง 48 ตัวค่อยๆ ยกครั้งละ 1 ซม.ให้สูงพ้นจากระดับน้ำท่วม 4 เมตร 


วันที่ 24 ก.ค. 2567 ที่ วัดกำแพง ต.สรรพยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท พระครูมงคลกิจโกศล (หลวงปู่ฤาษีตาไฟ) รองเจ้าคณะจังหวัดชัยนาท เจ้าอาวาสวัดเทพหิรัณย์ ประธานฝ่ายสงฆ์ และพี่น้องชาวบ้านวัดกำแพง ร่วมในพิธีบวงสรวงก่อนทำการยกอุโบสถ ให้พ้นระดับน้ำท่วม 4 เมตร คาดดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้

นายไตรศักดิ์ ปัทมรัฐจิรนนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า วัดกำแพง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา การยกอุโบสถครั้งนี้ สืบเนื่องจากพระอธิการธงชัย ขันติโก เจ้าอาวาสวัดกำแพง ได้เชิญชวนให้มาร่วมกันซ่อมแซมอุโบสถ ที่ก่อสร้างมานานกว่า 60 ปี มีสภาพชำรุดทรุดโทรม ถูกน้ำท่วมทุกปี ต้องซ่อมทุกปี พระผู้ใหญ่จึงแนะนำให้ยกอุโบสถหนีน้ำ จะได้ไม่ต้องซ่อมทุกปี เพราะการยกอุโบสถขึ้น 4 เมตร เป็นการป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม ขณะเดียวกันชั้นล่างยังใช้ประโยชน์ได้ ในการทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา จึงชวนเพื่อนฝูง มิตรสหาย และผู้ใจบุญ ร่วมยกอุโบสถ มีการทอดกฐินร่วมบุญใหญ่ครั้งนี้


นายเอกชัย มิกทา วิศวกรผู้ควบคุมงาน เปิดเผยว่า ความแข็งแรงของอุโบสถตรวจสอบเบื้องต้นก่อนทำงาน 60% เพราะเป็นอุโบสถที่ใช้ผนังอิฐ ฐานรากเป็นอิฐ มีการทรุดตัวบ้างเล็กน้อย หลังจากเราทำคานรองรับแล้วทำให้มีความแข็งแรง 100% พร้อมปรับระดับให้เท่ากันทุกจุด จึงสามารถยกขึ้นได้อย่างปลอดภัย น้ำหนักรวมของอุโบสถประมาณ 1,000 ตัน ติดตั้งแม่แรงจำนวน 48 ตัว ค่อยๆ ยกครั้งละ 1 ซม. แล้วใช้เหล็กหนุนค้ำขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึง 4 เมตร จากนั้นสร้างฐานรากใหม่ จัดทำเสารับตัวอุโบสถ จนครบทุกต้น จัดทำคานคอดิน ถมดินกลบชั้น 1 บดอัด เทพื้นชั้น 1 สร้างคานรับพื้นชั้น 2 วางแผ่นพื้นสำเร็จ เทพื้นชั้น 2 ถอดเครื่องมือออก ทำความสะอาดบริเวณสถานที่ก่อสร้าง พร้อมส่งมอบงาน คาดว่าใช้เวลาประมาณ 2 เดือน