ผู้การตำรวจทางหลวง นำเจ้าหน้าที่จับกุมรถบรรทุกแร่เหล็ก บรรทุกน้ำหนักเกินบนถนนพื้นที่ อ.พัฒนานิคม และชัยบาดาล จ.ลพบุรี จับกุมผู้ทำผิดกฎหมาย 5 ราย พบบรรทุกเกินคันละ 20-30 ตัน
วันที่ 16 มิ.ย. 67 พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล., พ.ต.อ.เอกนิรุจฆ์ วันสิริภักดิ์ ผกก.1 บก.ทล., พ.ต.ต.พิฆเนศ เตรียม เกิดทรัพย์ สว.ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.นราวิชญ์ เดชคง รอง สว.ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.สมโภช แทนขำ, ร.ต.ท.อาดูร พันกลั่น, ร.ต.ต.บุญธรรม โกพล รอง สว.(ป.) ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล. นำกำลังเข้าจับกุมผู้ฝ่าฝืนขับขี่ยานพาหนะบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย 1.นายอภิสิทธิ์ พันธุ์เสงี่ยม อายุ 28 ปี 2.นายสุรเดช บุญเกิด อายุ 40 ปี 3.นายนัยเนตร กรหมี อายุ 40 ปี 4.นายสุริยัน ขุนศรี อายุ 41 ปี และ 5.นายภานุพงษ์ คุ้มภัย อายุ 25 ปี ในฐานความผิด “ใช้ยานพาหนะน้ำหนักเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดเดินบนทางหลวง อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535”
พ.ต.อ.เอกนิรุจฆ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.3 กก.1 ได้รับเบาะแสว่าในช่วงเวลากลางคืนจะมีกลุ่มรถบรรทุกลักลอบบรรทุกแบกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เพื่อหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่ โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 21 และทางหลวงหมายเลข 3333 ซึ่งอยู่ระหว่างพื้นที่ อ.พัฒนานิคม และ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี เขตรับผิดชอบของตำรวจทางหลวงลพบุรีจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ออกตรวจบนทางหลวงหมายเลข 21 ไปจนถึงทางหลวงหมายเลข 3333 ตามเบาะแสที่ได้รับแจ้ง เพื่อหาผู้กระทำผิด
...
ในเวลาต่อมาพบกลุ่มรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ โดยมี นายอภิสิทธิ์ พันธุ์เสงี่ยม กับพวกอีก 4 คน ขับรถขนแร่เหล็กมาเต็มคัน ขับตามกันมาเป็นขบวนจากพื้นที่เขาทับควาย อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี กำลังไปส่งที่โรงงานถลุงแร่ในพื้นที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี จึงเรียกขึ้นตาชั่งเพื่อตรวจสอบน้ำหนักบรรทุก ปรากฏว่ารถแต่ละคันบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไปกว่า 20-30 ตัน ซึ่งรถประเภทนี้กฎหมายกำหนดให้น้ำหนักบรรทุกรวมน้ำหนักรถได้ไม่เกิน 50.5 ตันเท่านั้น จึงเข้าจ้บกุมผู้ขับขี่ทั้ง 5 คัน พร้อมยึดรถไว้เป็นของกลาง โดยผู้ขับขี่ทั้งหมดให้การรับสารภาพ จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.อ.เอกนิรุจฆ์ กล่าวอีกว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกนายในสังกัด กก.1 บก.ทล. กวดขันกวาดล้างจับกุมรถบรรทุกที่ลักลอบบรรทุกน้ำหนักเกินบนถนนสายหลักทุกสายทั้งหมดที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กก.1 บก.ทล. อย่างต่อเนื่อง หากตรวจพบกระทำผิดกฎหมายให้ดำเนินการจับกุมดำเนินคดีทุกราย อีกทั้งตามที่มีกระแสข่าวว่าส่วยสติกเกอร์กลับมานั้นไม่เป็นความจริง จึงฝากประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกอบการรถบรรทุก อย่าหลงเชื่อหากมีผู้แอบอ้างว่าเคลียร์ให้ได้.