เกิดไฟไหม้ขยะอัดก้อน กองไว้หลังโรงงานรีไซเคิลที่สมุทรสาคร ลุกไหม้กระดาษเก่า 3 กอง เป็นเชื้อไฟอย่างดี ยังไม่สามารถดับไฟได้ ต้องใช้แบ็กโฮตักคุ้ยกองกระดาษ เพื่อให้ฉีดน้ำลงไปถึงด้านล่าง 

 

เวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 30 เมษายน 2567 ร.ต.อ.อะลาม ครุฑจู รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้กองกระดาษอัดที่บริษัท คอวิน อินดัสทรี่ จำกัด ตั้งอยู่หมู่ 6 ต.นาโคก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เป็นโรงงานผลิตและจำหน่ายเยื่อกระดาษ เคมีภัณฑ์ และพลาสติก จึงประสานรถน้ำดับเพลิงจาก อบต.นาโคก และในพื้นที่ใกล้เคียงทั้งจากจังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรสงคราม รวมเกือบ 20 คัน เข้าระงับเหตุ ก่อนรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ไปที่เกิดเหตุพร้อมกับ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สิทธิโชคธรรม ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร ร้อยตรีประพันธ์ ถึกสกุล นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร นายราชศักดิ์ มากสัมพันธ์ นายก อบต.นาโคก เจ้าหน้าที่ ปภ.สมุทรสาคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 


จุดที่เกิดเหตุเป็นบริเวณด้านหลังนอกตัวอาคารที่ใช้สำหรับเก็บกองกระดาษเก่าที่ยังไม่ผ่านกระบวนการคัดแยก เพลิงได้โหมลุกไหม้กองกระดาษรีไซเคิลอย่างรุนแรง 3 กอง เจ้าหน้าที่ช่วยกันระดมฉีดน้ำควบคุมให้เพลิงอยู่ในวงจำกัด แต่ยังไม่สามารถดับได้ เพราะกระดาษเก่าเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี อีกทั้งมีปริมาณมาก ทำให้ยากต่อการดับ ผู้บังคับบัญชาควบคุมสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ ได้ประสานรถแบ็กโฮเข้ามาตักคุ้ยกองกระดาษ เพื่อให้สามารถฉีดน้ำลงไปถึงข้างล่างได้ ซึ่งจะช่วยทำให้เพลิงสงบลงได้ง่ายขึ้น ยังดีที่บริเวณดังกล่าวไม่มีบ้านเรือนประชาชนอยู่ใกล้เคียง และไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

...

 

จากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่าโรงงานดังกล่าวเป็นโรงงานรีไซเคิลกระดาษเก่า ที่รับมาจากทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำมาคัดแยกก่อนที่จะนำไปผลิตเป็นกระดาษอัดก้อนแล้วส่งขายอีกทอดหนึ่ง ส่วนที่เกิดเพลิงไหม้เป็นขยะที่เพิ่งรับซื้อมา มีทั้งเศษกระดาษเก่า เศษแก้ว เศษอะลูมิเนียม ขยะแห้งอื่นๆ ปะปนกัน ทางโรงงานเตรียมไว้เพื่อเอามาคัดแยกเศษกระดาษออกจากวัตถุอื่นๆ ที่ปะปนมา จากนั้นก็จะนำไปเข้าสู่กระบวนการอัดก้อนให้มีแต่เฉพาะกระดาษเพื่อส่งขาย ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะมาจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด รวมถึงแสงของแก้วกับอะลูมิเนียมที่ปะปนอยู่ในขยะก้อน เมื่อเจอกับความร้อนจากแสงแดดจึงทำให้เกิดการลุกไหม้ขึ้น แต่ทั้งนี้จะต้องรอให้เพลิงสงบลงก่อน จึงจะให้เจ้าหน้าที่วิทยาการจากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าไปตรวจสอบหาสาเหตุที่ชัดเจนต่อไป