รวบแล้วหัวโจกแก๊งปล้นบ้านเศรษฐินีนครนายก เป็น ส.อบต.อยู่ในพื้นที่ถูกตามล่าสกัดจับได้ที่ จ.ตราด อ้างมีความสัมพันธ์กับเจ้าของทรัพย์เลยรู้ข้อมูลในบ้านเป็นอย่างดี ส่งลูกสมุน 3 คน บุกปล้นบ้านยกตู้เซฟมีทรัพย์สินกว่า 5 ล้านบาท ส่วนตัวเองขับรถดูลาดเลาอยู่นอกบ้าน พอพรรคพวกรถเสียก็ขับไปรับพาหนีต่อ เอาเซฟไปงัดแบ่งทรัพย์สินกัน ก่อนแยกย้ายเผ่นหนี สุดท้ายไม่รอด ค้นรถพบของกลางซุกซ่อนอยู่เพียบทั้งอุปกรณ์งัดแงะ สร้อยทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 70 บาท พระเลี่ยมทอง แหวนเพชร เงินสดกว่า 7 แสนบาท ส่วนตู้เซฟเอาไปทิ้งแม่น้ำบางปะกงแล้ว

จากเหตุการณ์ 3 คนร้ายสวมหมวกคลุมหน้าเป็นไอ้โม่ง ควงปืนบุกปล้นบ้านเลขที่ 83 หมู่ 8 บ้านชะวากยาว ต.บ้านพริก อ.บ้านนา จ.นครนายก จับนางพิไลพร แพงไพรี อายุ 53 ปี พี่สาวเจ้าของบ้าน มัดมือมัดเท้าใช้ด้ามปืนทุบหน้าผากแตกได้รับบาดเจ็บ ก่อนยกตู้เซฟในห้องนอนเศรษฐินีเจ้าของบ้าน ภายในมีเงินสด ทองรูปพรรณ และเครื่องเพชร รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท ขึ้นรถเก๋งโตโยต้าโซลูน่า สีน้ำเงิน ทะเบียน กค 4703 นครนายก ขับหลบหนีไป แต่รถไปเสียอยู่ใกล้ทางเข้าโรงงานวัสดุก่อสร้าง ห่างจากบ้านประมาณ 500 เมตร กลุ่มคนร้ายต้องจอดรถทิ้งไว้แล้วโทร.ตามพรรคพวกมารับพาหลบหนีไป เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณตี 1 เศษวันที่ 28 มี.ค. มีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้

ความคืบหน้าที่ สภ.บ้านนา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 มี.ค. พ.ต.อ.ถาวร นาใจเย็น ผกก.สภ.บ้านนา พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ รรท.ผกก.สส.ภ.จ.นครนายก เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี เพื่อวางแนวทางการตามล่าตัว 3 คนร้ายที่ก่อเหตุ โดยได้เชิญตัว 2 ผัวเมียเจ้าของบ้านที่ขณะเกิดเหตุไม่อยู่บ้าน และพี่สาวของชายเจ้าของบ้านที่ถูกทำร้ายบาดเจ็บมาสอบปากคำเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบชื่อผู้ครอบครอง รถเก๋งโตโยต้าโซลูน่า สีน้ำเงิน ทะเบียน กค4703 นครนายก ที่คนร้ายจอดทิ้งไว้ พบว่ามีการซื้อขายมาซ่อมบำรุงและขายต่อกันไปอีกหลายทอด อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ครอบครองรถคนสุดท้าย ชุดสืบสวนพอรู้ตัวแล้ว ส่วนรถที่มารับกลุ่มคนร้ายทั้ง 3 คน ก็ทราบแล้วเช่นกัน เป็นรถอีซูซุมิวเซเว่น สีดำ ทะเบียน 7 กค 4314 กรุงเทพมหานคร หลังทราบเบาะแสรถที่มารับพากลุ่มคนร้ายหลบหนี พ.ต.อ.ถาวร นาใจเย็น ผกก.สภ.บ้านนา พร้อมชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จ.นครนายก ประสานตำรวจทางหลวงและชุดสืบสวนจังหวัดต่างๆที่อยู่ใกล้เคียง ให้ช่วยตามล่าสกัดจับ

...

จนกระทั่งช่วงบ่ายวันเดียวกัน ตำรวจทางหลวงตรวจพบรถคันดังกล่าววิ่งอยู่บนถนนสุขุมวิท ผ่านสามแยกท่าประดู่ ต.วังกระแจะ อ.เขาสมิง จ.ตราด สนธิกำลังสายตรวจ สภ.เขาสมิง ติดตามสกัดจับไว้ได้ที่สามแยกโพธิกิจ ทราบชื่อคนขับคือนายเอ พวงประเสริฐ อายุ 42 ปี มีตำแหน่งเป็น ส.อบต.ดงละคร อ.เมืองนครนายก อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 3 ต.ดงละคร อ.เมืองนครนายก ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนวางแผน ปล้น เนื่องจากมีความสัมพันธ์กับเจ้าทรัพย์เลยรู้ข้อมูลภายในบ้าน แต่ขับรถรออยู่ด้านนอกไม่ได้เข้าไปร่วมก่อเหตุในบ้าน หลังจากพรรคพวกปล้นสำเร็จแล้วขับรถหนีแล้วรถเสีย ตนขับรถพาหลบหนีต่อ ใช้เส้นทางรังสิต-นครนายก แล้วมางัดตู้เซฟกันริมถนนใช้ตัวแปลงไฟร่วมกับหินเจียเปิดตู้เซฟและแบ่งทรัพย์สินกัน จากนั้นส่งพรรคพวกลงกลางทาง โดยไม่รู้ว่าหลบหนีไปทางใด ระหว่างทางหลบหนีนำตู้เซฟไปทิ้งแม่น้ำบางปะกง และขับรถหนีต่อมาเรื่อยๆจนถึง จ.ตราด จนมาถูกจับกุมได้ในที่สุด

ต่อมา พ.ต.อ.ชโลธร เปรมปรี รอง ผบก.ภ. จ.ตราด ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน มาตรวจค้นภายในรถอย่างละเอียด นายเอชี้จุดที่ซ่อนทองรูปพรรณใส่ถุงพลาสติกไว้ในซอกใต้พวงมาลัย เป็นสร้อยคอทองคำและสร้อยข้อมือรวม 18 ชิ้น หนักประมาณ 70 บาท พระเครื่องเลี่ยมทองและไม่เลี่ยมทอง 10 องค์ แหวนเพชร 3 วง ส่วนในช่องเก็บของพบเงินสด 90,000 บาท และเงินสดในกระเป๋าเงินนายเอ 8,000 บาท นอกจากนี้ยังพบสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร เครื่องเจีย สว่านไร้สาย ไฟฉาย มีด ขวาน และไขควง วางอยู่ในรถ ส่วนบริเวณฝาท้ายรถมีลักษณะเหมือนประกอบขึ้นมาใหม่ เมื่อแกะออกดูพบเงินสดซุกซ่อนอยู่เกือบ 700,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ คุมตัวไปลงบันทึกจับกุมที่ สภ.เขาสมิง ตามหมายจับศาลจังหวัดนครนายกที่ จ.45/2567 ลงวันที่ 29 มี.ค.67 ข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืน กระทำโดยใช้ปืนยิง และใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำ ความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการ จับกุม บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธ หรือร่วมกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป จากนั้น พ.ต.อ.ถาวร นาใจเย็น ผกก.สภ.บ้านนา ไปรับตัว ผู้ต้องหากลับมาที่ สภ.บ้านนา เพื่อเค้นสอบปากคำอย่างละเอียด และจะได้ ออกหมายจับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ 3 คนที่ยังหลบหนี มาดำเนินคดีต่อไป

อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่