เจ้าบ่าวชาวราชบุรี โพสต์ตัดพ้อเจ้าสาว แต่งงาน 5 วันเลิก ไม่คืนสินสอด ขณะที่เจ้าสาวแจ้งความเอาผิดทั้งคนโพสต์และคนที่เข้ามาคอมเมนต์ด่าว่า บอกตัวเองต่างหากที่เป็นฝ่ายเสียหาย เผยฝ่ายชายชอบเอาไปเปรียบเทียบกับแฟนเก่า ชอบถามเรื่องเงินจนทะเลาะกัน และรับไม่ได้กับคำว่า "หลอกแดก"
จากกรณีหนุ่มราชบุรี โพสต์ ข้อความตัดพ้อระบุว่า "มันเป็นไปได้ด้วยหรือ ที่มาบอกว่ารักกัน แต่งงานกันไม่ถึง 4-5 วัน จะขอเลิก บอกว่าอยู่ด้วยกันไม่ได้ แต่ถ้าเลิก เราก็อยากจะได้สินสอดเราคืนงัย สินสอด 2 แสน ทอง 2 บาท มันไม่น้อยเลย บอกจะคืนให้เรา 5 หมื่นบาท แต่เราขอทอง 2 บาทของเราคืนด้วย เค้าก็ไม่ยอมบอกว่าเป็นของเขาแล้ว ก็ให้เราไปฟ้องศาลเอาเองถ้าอยากจะได้ บอกว่าทางเค้าเสียหาย แล้วแบบนี้จะเรียกว่ารักหรือ แค่เรื่องทะเลาะกันก็มาขอเลิก ค่าใช้จ่ายในงานเราก็ช่วยทุกอย่างเพราะเรารัก เงินทุกบาท เราทำงานตั้งใจเก็บเงินเพื่อจะมาแต่ง กว่าจะหามาได้ เอาไปแบบนี้มันง่ายเกินไปมั้ย ถ้าเรื่องกฎหมายเราอาจจะไม่รู้เยอะ แต่ทำกันแบบนี้เค้าเรียกว่าอะไร" หลังมีการโพสต์ข้อความดังกล่าวออกไป ได้มีชาวโซเชียลเข้ามาคอมเมนต์ตนเชิงตำหนิฝ่ายหญิงกันเป็นจำนวนมาก
ล่าสุดผู้สื่อได้เดินทางไปพบ นายวิเชียร หรือน้องนัท อายุ 31 ปี เจ้าบ่าว ที่บ้านใน ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี น้องนัท เปิดใจกับทางทีมข่าวว่า ตนแต่งงานกับอดีตภรรยาได้ 5 วันแล้วแฟนก็ขอกลับไปทำงานและจะลาออกในสิ้นเดือน ซึ่งก็ตกลงกันด้วยดี ตนก็ไปส่งตามปกติ แต่ยอมรับหลังแต่งงานมีเรื่องระหองระแหงเรื่องเงินแต่งงานมาตลอด จนมีการประชดประชันกันไปมาว่า ถ้าไม่กลับก็ต้องคืนเงินสินสอด จนถึงจุดแตกหักเรื่องการทวงเงินค่าชุด ลามไปถึงเรื่องเงินแต่งงาน และฝ่ายหญิงบอกว่าจะไม่กลับมาแล้ว ตนจึงทวงเงินสินสอดคืน แต่ทางฝ่ายหญิงบ่ายเบี่ยงไม่คืน พอไปเคลียร์ที่โรงพักก็ไม่สามารถเคลียร์ได้ เพราะตามหลักกฎหมายตนไม่สามารถทำอะไรได้
...
จากนั้น พอกลับมาบ้านคิดอะไรไม่ออกทำอะไรไม่ถูก ไม่อยากอยู่ สงสารตัวเอง สงสารพ่อแม่เพราะงานแต่งงานจัดได้แค่ 5 วัน ครอบครัวตนต้องเอาเงินเก็บที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงมาเป็นสินสอด เงินที่จัดงานแต่งหมดไปเกือบ 4 แสนบาท จึงอยากโพสต์ขอความเป็นธรรมให้กับตัวเองบ้าง ขอแค่สินสอดคืนบางส่วนก็พอ ส่วนประเด็นที่บอกว่าตนชอบพูดเปรียบเทียบเรื่องแฟนเก่า ตอนนั้นเขามักจะพูดก่อนว่า ตนเลิกกับเขาก็ไม่มีใครเอา ทำให้ต้องเถียงกลับไปบ้าง และอยากจะฝากบอกครอบครัวของอดีตแฟน ตนทำตามที่เขาบอกอยากให้แต่ง ตนก็พาครอบครัวไปคุยและหาเงินมาแต่งให้ กลัวทำงานสวนไม่ไหว ตนก็ให้ไปทำร้านกาแฟที่เคยทำสาขาที่ใกล้บ้าน ก็ไม่เข้าใจ ทำผิดอะไรมากมายถึงอยู่ด้วยกันไม่ได้
ขณะที่ คุณพ่อและคุณแม่ของน้องนัท เปิดเผยว่า หมดเงินไปกับงานแต่ง เกือบ 4 แสน พอหลังแต่งแล้วก็คิดว่าลูกสะใภ้จะมาอยู่ช่วยกันทำมาหากินที่บ้าน จนลูกชายมาบอกว่าเขาไม่กลับมาอยู่บ้านนี้แล้ว ลูกชายช็อกเสียใจ ทั้งครอบครัวเสียใจมาก เพราะเพิ่งจะแต่งเข้ามาได้แค่ 5 วัน ไม่คิดว่าลูกจะมาเจอแบบนี้ วันงานแต่งญาติพี่น้องไปร่วมแสดงความยินดีกันเป็นจำนวนมาก แต่ทางฝั่งเจ้าสาวมีแขกน้อยมาก เราก็ไม่รู้ว่าเขาพร้อมหรืออยากจะแต่งงานมาอยู่กินกับลูกเราจริงๆไหม ตลอดเวลาที่คบกันมากว่า 2 ปี เขามาเที่ยวที่บ้านไม่กี่ครั้งและไม่เคยลงจากรถเลย ที่ลูกชายโพสต์ก็แค่อยากเรียกร้องความเป็นธรรมขอเงินกับทองคืนบ้าง ถึงแม้ทางกฎหมายจะทำอะไรไม่ได้แต่อยากให้เห็นในหลักมนุษยธรรมบ้าง เห็นใจลูกชายเราบ้าง
ต่อมาทีมข่าวได้ติดต่อไปยัง น้องบี อายุ 22 ปี อดีตภรรยาของน้องนัท ซึ่งขณะนั้นน้องบีพร้อมครอบครัว ได้เดินทางไปที่ สภ.เมืองราชบุรี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น้องนัท อดีตสามี ที่โพสต์ข้อความทำให้เธอเสียหาย และแจ้งความดำเนินคดีบุคคลที่เข้าไป comment ทำให้เธอและครอบครัวเสียหาย หลังแจ้งความแล้วเสร็จ น้องบี ได้เปิดใจกับทางทีมข่าวว่า เธอและครอบครัวตกใจและงงกับข่าวที่เป็นประเด็นตอนนี้มาก ซึ่งเรื่องจริงเธอคบกับอดีตสามีมาเกือบ 3 ปี แล้วตกลงแต่งงานกัน โดยค่าสินสอดทั้งหมดเป็นเงิน 2 แสน กับทองอีก 2 บาท โดยมีการพูดคุยตกลงทั้ง 2 ฝ่าย หลังแต่งงานได้เข้าหอทำตามประเพณีเรียบร้อย 3 วัน จากนั้นเธอได้พูดคุยกันว่าจะต้องกลับมาทำงานที่ราชบุรีเพื่อให้ครบเดือนก่อนจะลาออกมาอยู่ที่บ้าน ซึ่งเขาก็รับรู้ จนเขาทวงถามเรื่องเงินจำนวน 3,500 บาท ทำให้เกิดการโต้เถียงกันและทะเลาะกันเรื่องเงินแต่งงานตลอด จนถึงขั้นประชดกันไปมาว่าถ้าเธอไม่กลับบ้านก็ให้คืนเงินสินสอดมา และยังถามถึงเงินสินสอดด้วยว่ายังอยู่ครบไหม
น้องบี กล่าวว่า เคยประชดตอบกลับไปว่าจะโอนคืนให้ แต่เป็นการประชดเฉยๆ ไม่ได้จะไม่กลับไปจริงๆ เขากลัวถึงขนาดให้แม่ตนรับประกันว่าจะกลับไปจริง แต่เขาก็ยังพร่ำถามและพูดเรื่องเงินตลอด จุดแตกหัก คือ เขาชอบเอาไปเปรียบเทียบกับแฟนเก่า ตรงนี้เธอรับไม่ได้จริงๆ และทะเลาะกันจนเขาพูดว่าถ้ายังไม่กลับให้เอาสินสอดมาคืนให้หมด เธออยากให้เรื่องจบ จึงจะยอมคืนให้แค่ 50,000 บาทเท่านั้น แต่เขาไม่ยอมบอกจะเอาทองอีก 2 บาท จนไปไกล่เกลี่ยกันที่โรงพัก แต่ไม่เป็นผล ล่าสุดเขาออกมาโพสต์และให้ข่าวจนเป็นกระแสสังคมในตอนนี้ โดยเอารูปและชื่อเธอไปลงจนเธอได้รับความเสียหาย ทั้งมีคนคอมเมนต์ต่อว่าเธอและครอบครัว
วันนี้ ได้มาแจ้งความเอาผิดกับคู่กรณีและเกรียนคีย์บอร์ดที่ว่าเธอให้เสียชื่อเสียง ในข้อหา พ.ร.บ.คอมพ์ และหมิ่นประมาท ซึ่งเธอจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดไม่มีการยอมความ ประเด็นสุดท้ายที่ว่าเธอ "หลอกแดก" ก่อนแต่งงานเธอคบหาดูใจกับคู่กรณีมานานกว่า 2 ปี จะมาพูดว่าหลอกแดกมันไม่ถูกต้อง เธอเป็นผู้หญิงสมควรเป็นฝ่ายเสียหายมากกว่า
ขณะเดียวกันทีมข่าวได้ตรวจสอบ จากการตรวจสอบค่าใช้จ่ายทางบ้านเจ้าบ่าวจัดงานแต่งโดยใช้เงินรวมกว่า 4 แสนบาท มีค่าสินสอดเงินสด 2 แสนบาท ทองคำ 2 บาท จัดงานกินเลี้ยงโต๊ะจีนที่บ้านเจ้าบ่าวค่าโต๊ะจีนกินเลี้ยงที่บ้านเจ้าสาว (20,000) ค่าชุดขันหมาก ค่าของรับไหว้ และอื่นๆ จิปาถะ ส่วนค่าใช้จ่ายทางบ้านเจ้าสาว ของชำร่วย ค่าเครื่องไทยธรรม ใส่ซองพระ ค่าอาหารต้อนรับขันหมาก (ขนมจีน แกงไก่) ส่วนซองช่วยงานแต่งฝั่งที่อยู่กับฝั่งเจ้าบ่าวรวมเป็นเงิน 50,000 บาท และอยู่ฝั่งเจ้าสาวรวมเป็นเงินประมาณ 17,000 บาท